CSCD
  1. You are here:  
  2. Home
  3. ข่าวสาร

CSCD Articles

เสวนาว่าด้วยเรื่อง... "เอกราช หรือ การกระจายอำนาจ : สู่ทางออกในการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนใต้"

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 30 October 2020
Created: 30 October 2020
Hits: 1
  • content_group: ข่าวสาร

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม  2563 ที่ผ่านมา ณ หอประชุม ม.อ.ปัตตานี ชูเกีรยติ  ปิติเจริญกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา ในเรื่อง.. "เอกราช หรือ การกระจายอำนาจ : สู่ทางออกในการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนใต้" วิทยากรร่วมเสวนาประกอบไปด้วย คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และ คุณรอมฎอน ปันจอร์ คิวเรเตอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Wacth)

จัดโดย นักศึกษาแขนงวิชาการปกครองท้องถิ่น คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

รับชมการเสวนาย้อนหลัง คลิ๊ก https://www.facebook.com/watch/?v=2509216186042856

ขอบคุณภาพจาก สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี

เสวนาว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อความฝันของคนชายแดนภาคใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 30 October 2020
Created: 30 October 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม  2563 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา ในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อความฝันของคนชายแดนภาคใต้” โดยวิทยากรท่านอื่นๆ ประกอบไป  ผศ.ธีรวัฒน์  ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ หัวหน้ากลุ่มด้วยใจ คุณมะยุ เจะนะ เครือข่ายภาคประชาสังคมชายแดนใต้ - คปส. ดำเนินรายการโดย อาจารย์อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในขณะที่ช่วงบ่าย นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งฯ ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการในกลุ่มย่อยด้วย

ภายใต้งาน ครช. สัญจร ระดมความคิดเพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในเวทีเสนอความเห็นประเด็นรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้ จัดโดย คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.) และ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)

 

รับชมการเสวนาย้อนหลัง คลิ๊ก https://www.facebook.com/watch/?v=1260822334279112

 

ขอบคุณภาพจาก คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน  ครช.

ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในงานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง “ชายแดนใต้: พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย”

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 24 October 2020
Created: 24 October 2020
Hits: 0
  • year: 2563
  • research_group: การพัฒนาระบบงานวิจัย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมนำเสนอผลการศึกษาโครงการวิจัยเรื่อง “พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ในงานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง “ชายแดนใต้: พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย” รายงานวิจัยภายใต้ชุดโครงการงานวิจัยประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (SRI 13) จัดโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ณ ห้องประชุม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กรุงเทพฯ

โดยภายในงานมีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อีก 2 โครงการวิจัย ได้แก่ โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษากลไกทางกฎหมายเพื่อการกลับคืนสู่สังคม ของกองกำลังติดอาวุธในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านการศึกษาเปรียบเทียบกับกลไกของอาเจะฮ์และมินดาเนา” โดย ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ จากคณะนิติศาสตร์ และโครงการวิจัยเรื่อง “บทบาทผู้นำศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้” โดย รศ.ดร.ปัญญา เทพสิงห์ จากคณะศิลปศาสตร์

นอกจากนั้นยังมีผลงานวิจัยอีกหลายโครงการที่น่าสนใจ เช่น โครงการวิจัยเรื่อง “การเมืองของความขัดแย้งชายแดนใต้/ปาตานี : ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงความเป็นการเมืองในห้วง 15 ปีของความรุนแรง” โดย คุณ​รอมฎอน ปันจอร์ จาก Deep South watch โครงการวิจัย เรื่อง “สานฝันปาตานีโดยไม่ใช้ความรุนแรง: การวิเคราะห์จากบทสนทนาเพื่อสร้างจินตนาการใหม่” โดย รศ.ดร.มารค ตามไท โครงการวิจัยเรื่อง “ความคิด และปฏิบัติการทางการเมืองของผู้คนในพื้นที่สีแดง” โดย อ.อาทิตย์ ทองอินทร์ และ คุณ​ตูแวดานียา ตูแวแมแง โครงการวิจัยเรื่อง “ทบทวนประวัติศาสตร์ปัต (ปา) ตานี : มุมมองที่แตกต่างหลากหลาย” โดย ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล โครงการวิจัยเรื่อง “กฎหมายความมั่นคงและการบังคับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา” โดย ดร.กัลยา แซ่อั้ง และ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารี และ โครงการวิจัยเรื่อง “สันติศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งและความรุนแรง: กรณีศึกษาความเป็นไปได้ของพิพิธภัณฑ์สันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดย คุณ​ภัทรภร ภู่ทอง

โดยช่วงท้ายของงานสัมมนามีการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายจากงานวิจัย โดย ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ คุณดนัย มู่สา ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา ได้ที่ https://bit.ly/3nszRtH

รับชมย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/user/sacvdochannel

ขอบคุณรูปภาพจาก ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC

ผลสำรวจ ม.อ. เผย ประชาชนชายแดนใต้กว่าหนึ่งในสามได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากสุด เกือบร้อยละ 20 ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ แต่ยังรับสภาพอยู่ได้อีก 1 เดือนด้วยตาข่ายนิรภัยทางสังคม

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 11 June 2020
Created: 11 June 2020
Hits: 1
  • keyword: โควิด-19
  • year: 2563
  • keyword: ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 75 ได้รับผลกระทบด้านการประกอบอาชีพ ร้อยละ 83.6 ระบุมีรายได้ลดลง และบางส่วนร้อยละ 18.2 ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการและการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ แต่ยังพออยู่ได้ด้วยการช่วยเหลือกันในชุมชน โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 เห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่พอจะรับสถานการณ์ได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์ พร้อมให้คะแนนความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล 6.39 เต็ม 10

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ได้มีการแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ ซึ่งดำเนินการโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “การสำรวจครั้งนี้เป็นการสอบถามความเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 820 ตัวอย่างจาก 164 ชุมชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวีและ อ.สะบ้าย้อย ระหว่างวันที่ 21 พ.ค. – 5 มิ.ย. 2563 ถือเป็นการศึกษาการสนองตอบของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรงต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในด้านผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ รายได้ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คน แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดในพื้นที่แห่งนี้ที่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงและมีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงก็ตาม”

ประชาชนกว่าหนึ่งในสามได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากที่สุด

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ ได้กล่าวถึงผลการสำรวจโดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โควิดและมาตรการของรัฐต่อประชาชนที่เห็นได้ชัดเจนคือ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแต่เดิมประชาชนในพื้นที่โดยส่วนใหญ่มีรายได้น้อย อัตราความยากจนสูงถึงร้อยละ 34 ของประชากร เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด การประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนจึงได้รับผลกระทบอย่างสูงและขยายวงกว้าง โดยมีผู้ตอบมากถึงร้อยละ 75.6 ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านอาชีพ และร้อยละ 83.6 ระบุว่ามีรายได้ลดลง ในขณะที่ร้อยละ 49.9 ระบุว่ามีรายจ่ายของครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับลักษณะของผลกระทบด้านการประกอบอาชีพจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่า ร้อยละ 18.8 ของผู้ตอบระบุว่า ไม่สามารถออกไปทำเกษตรหรือประมงได้ ส่วนร้อยละ 14.3 ถูกพักงานชั่วคราว ร้อยละ 12.8 ไม่มีใครจ้างงาน และร้อยละ 9.9 จำเป็นต้องเลิกค้าขาย

ในด้านการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ (ร้อยละ 52.3) ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านการศึกษาของตัวเองหรือบุตรหลานมาก รวมไปถึงด้านการเดินทางออกนอกพื้นที่ (ร้อยละ 49.5) การเดินทางไปประกอบอาชีพหรือทำเกษตร  (ร้อยละ 43.4) การไปจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวัน (ร้อยละ 37.6) และการปฏิบัติศาสนกิจ (ร้อยละ 31.1)

ในด้านความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ ผลการสำรวจยังพบอีกว่า ประเด็นที่ประชาชนวิตกกังวลมากที่สุดคือเรื่องการเดินทางที่ลำบากมากขึ้น (ร้อยละ 82.9) รองลงมาคือกังวลว่าไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติที่มัสยิดหรือวัด (ร้อยละ 67.4) และกังวลว่าจะถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังการติดโรค (ร้อยละ 61.1) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะยังมีอยู่ โดยมีผู้กังวลร้อยละ 47.2 แต่ระดับความกังวลไม่มากเท่ากับความกังวลด้านผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค

ประชาชนสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด แต่ก็ต้องไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

สำหรับความคิดเห็นต่อมาตรการของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาด มาตรการที่ประชาชนเห็นด้วย 5 อันดับแรกได้แก่ 1) การต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน (ร้อยละ 93.8 ระบุเห็นด้วย) 2) การให้เงินชดเชยและสวัสดิการแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการควบคุมโรค (ร้อยละ 92.3) 3) การห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 88.9) 4) การปิดหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อ (ร้อยละ 86.8) และ 5) การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ (ร้อยละ 85.6)

ในขณะที่มาตรการที่ประชาชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) การให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์/ทางไกลในปีการศึกษาใหม่ (ร้อยละ 54.1) 2) การปิดบริการขนส่งมวลชนสาธารณะทุกประเภท (ร้อยละ 47.3) 3) การงดละหมาดที่มัสยิด (ร้อยละ 46.2) 4) การห้ามขายอาหารในร้าน (ร้อยละ 41.8) 5) การห้ามออกจากบ้านระหว่างเวลา 22.00 – 4.00 น. (ร้อยละ 36.7)

คนชายแดนใต้บางส่วนยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ แต่อยู่ได้ด้วยตาข่ายนิรภัยทางสังคม

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า การมีสวัสดิการจากรัฐและการช่วยเหลือกันของคนในชุมชนเปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยรองรับความเจ็บป่วยทางสังคมเศรษฐกิจและจิตใจ (Social Safety Net) ซึ่งผลการสำรวจพบว่า สวัสดิการที่ประชาชนได้รับ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากถึงร้อยละ 73.1 ได้รับ รวมไปถึง สวัสดิการด้านสุขภาพจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่มีผู้ได้รับสิทธิ ร้อยละ 57.1 และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ร้อยละ 34.9 นอกจากนี้ ในส่วนของการได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท อันเป็นมาตรการเยียวยาในช่วยวิกฤติโควิด-19  พบว่ามีกลุ่มผู้ตอบร้อยละ 60.2 สมัครและได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ตอบอีกร้อยละ 18.2 ที่สมัครแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน คนกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องมีการติดตามและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ในด้านความช่วยเหลือของคนในชุมชน พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 69.9 ระบุว่าเคยได้รับของบริจาคหรือถุงยังชีพ การได้รับบริจาคที่ครอบคลุมเช่นนี้อาจมาทั้งจากหน่วยงานของรัฐและการช่วยเหลือบริจาคจากประชาชนด้วยกันเองและกลุ่ม/องค์กรการกุศล หรือองค์กรด้านศาสนาและมนุษยธรรมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต้นทุนทางสังคมและชี้ให้เห็นฐานของความยึดเหนี่ยวกันทางสังคมที่ดำรงอยู่แต่เดิม

ประชาชนยังอยู่ได้ แต่ให้เวลาอีกเพียง 1 เดือน

ระยะเวลาที่ประชาชนต้องทนรับสภาพสถานการณ์ต่อไปได้นั้นค่อนข้างจำกัด ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบร้อยละ 57.1 ระบุว่ายังคงรับได้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการควบคุมโรคยังคงอยู่ต่อไปอีก 1 เดือน  ในขณะที่เกือบครึ่งหนึ่ง คือร้อยละ 42.9 ระบุว่า ไม่สามารถทนรับสถานการณ์ได้ต่อไปอีก 1 เดือน ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.8 มีความเห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่ประชาชนจะพอรับได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์หรือหนึ่งเดือน (นับจากช่วงเวลาที่สำรวจคือปลายเดือนพฤษภาคม)

คะแนนความพึงพอใจต่อการทำงานด้านการป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล

อาจกล่าวโดยภาพรวม ด้วยผลคะแนนความพึงพอใจกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาล พบว่า ประชาชนให้คะแนนที่ค่าเฉลี่ย 6.39 จากคะแนนเต็ม 10 โดยหน่วยงานที่ประชาชนพึงพอใจในผลงานการแก้ปัญหามากที่สุด ได้แก่ หน่วยงานสาธารณสุขและอสม. (ร้อยละ 54.4) ผู้นำชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ร้อยละ 16) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) (ร้อยละ 10.5)

- - - - -

ติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โทร. 089-869-6584 E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการแถลงผลได้ที่ https://cscd.psu.ac.th/th

16 ปีไฟใต้...ชาวบ้านกว่าครึ่งไม่รู้-ไม่อยากพูด "ใครตัวการก่อรุนแรง"

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 11 March 2020
Created: 11 March 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

สำนักข่าวอิศรา

 

ควันหลงจากการแถลงผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ หรือ Peace Survey ครั้งที่ 5 เมื่อวันสุดท้ายของเดือน ก.พ.ปี 63 มีข้อสังเกตน่าสนใจเกี่ยวกับการตอบคำถามว่าอะไรคือสาเหตุของความรุนแรงที่ปลายด้ามขวาน

เพราะประชาชนส่วนใหญ่เลือกตอบว่า "ไม่รู้" และ "ไม่ขอตอบ"

คำถามที่ว่าอะไรเป็นสาเหตุความรุนแรงชายแดนใต้นี้ ผู้ทำสำรวจให้ตอบตัวเลือกที่ประชาชนคิดว่าสำคัญที่สุด 3 ตัวเลือก ปรากฏว่า กลุ่มค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน และผู้มีอิทธิพล มีประชาชนเลือกให้เป็นสาเหตุความรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 25.9 รองลงมาคือ ทหารพราน ร้อยละ 16.2 และขบวนการบีอาร์เอ็น ร้อยละ 15.3 ส่วนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ อยู่ในอันดับ 4 ร้อยละ 12.9

ต้นเหตุความรุนแรง 3 อันดับในสายตาของชาวบ้านที่มองว่าแก๊งค้ายาเสพติด กับทหารพราน อาจจะเกี่ยวพันกับการสร้างความรุนแรงมากกว่าบีอาร์เอ็นเสียอีกนี้ ได้กลายเป็นประเด็นที่ ส.ส.ฝ่ายค้านอย่าง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หยิบไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อปลายเดือน ก.พ. ก่อนที่ผลสำรวจจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ

แต่ประเด็นที่ ส.ส.นราธิวาส ไม่ได้หยิบไปพูดก็คือ ผู้ที่ตอบคำถามนี้ว่า "ไม่รู้" และ "ไม่ขอตอบ" ซึ่งมีมากถึงร้อยละ 55.5 หรือมากกว่าครึ่งของประชาชนที่ทำการสำรวจทั้งหมด ซึ่งสะท้อนภาพอีกด้านของสถานการณ์ในดินแดนปลายด้ามขวาน

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หัวหน้าโครงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Peace Survey และนักวิจัยสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังลังเลใจหรือมีความระมัดระวังตัวมากในการตอบคำถามที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้ เนื่องจากคำถามเป็นการให้ระบุตัวแสดงที่แท้จริงในการก่อความรุนแรงในสถานการณ์ที่ยังไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ผู้ตอบจึงยังมีความอ่อนไหวมาก และมีแนวโน้มที่จะเลือกด้วยการไม่ตอบ ถือเป็น "เสียงเงียบที่จะต้องให้ความสนใจ"

สำหรับการสำรวจ Peace Survey เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ 24 องค์กร โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสันติวิธีและธรรมภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 59 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการสันติภาพดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่เกี่ยวข้องและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

การสำรวจครั้งที่ 5 นี้ ดำเนินการในช่วงเดือน ก.ย.ถึง ต.ค. ปี 62 โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชนอายุระหว่าง 18-70 ปี ที่อาศัยอยู่ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา จำนวน 1,637 คน

สำหรับผลสำรวจที่น่าสนใจในประเด็นอื่นๆ ก็เช่น ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72.8 รู้สึกว่าสถานการณ์ชายแดนใต้เหมือนเดิมและแย่ลง, ความนิยมของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ได้คะแนนเฉลี่ย 4.21 จากคะแนนเต็ม 10

ประชาชนร้อยละ 55.1 ยังเชื่อมั่นว่า การพูดคุยเจรจาจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ร้อยละ 21 ไม่แน่ใจ เพราะการพูดคุยในช่วงปีที่ผ่านมายังไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร ขณะที่ร้อยละ 38.7 ยังมีความหวังว่าจะเกิดข้อตกลงสันติภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า ร้อยละ 59.4 กังวลว่าการพูดคุยจะไม่สามารถยุติความรุนแรงได้จริง และร้อยละ 57.1 กังวลว่าอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

สำหรับข้อเสนอแนะของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหา ร้อยละ 37.1 เห็นว่า จำเป็นมากที่จะต้องมาพูดคุยกันถึงเรื่องรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยในจำนวนนี้ รูปแบบที่มีผู้ตอบแบบสอบถามต้องการมากที่สุดคือ อยากเห็นการปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น โดยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ โดยที่ยังอยู่ในกรอบกฎหมายของไทย เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือเขตปกครองพิเศษ

ส่วนมาตรการที่ควรเร่งดำเนินการ 3 อันดับแรกเพื่อแก้ปัญหา คือ ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน ร้อยละ 80, การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุรุนแรงกับเป้าหมายอ่อน ซึ่งหมายถึงประชาชนที่ไม่มีอาวุธ ร้อยละ 75.9 และป้องกันไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 71.6

ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 73.9 เห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว คือสร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพ และแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่ร้อยละ 73.4 แก้ปัญหายาเสพติด และร้อยละ 38.5 ปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่

ผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ Peace Survey พบร้อยละ 72.8 รู้สึกสถานการณ์เหมือนเดิมและแย่ลง

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 02 March 2020
Created: 02 March 2020
Hits: 0
  • keyword: ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ Peace Survey พบร้อยละ 72.8 รู้สึกสถานการณ์เหมือนเดิมและแย่ลง

มีเสียงตอบรับจากภาคประชาสังคม ประชาชน และนักวิชาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อการเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพของขบวนการ BRN ที่มีการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติภาพของบีอาร์เอ็น ที่จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ตรงกับผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ หรือ Peace Survey ที่อยากเห็นความก้าวหน้าของการพูดคุยสันติภาพ แม้สถานการณ์จะลดลง แต่ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลงมากสุดในรอบ 4 ปี

24 องค์กร เผย​ Peace Surway 7 มาตรการแก้ไฟใต้​ ​อ.ศรีฯ​ ชี้คีย์เวิรด​ 3 ตัวเลือก คือ​ ยาเสพติด ค้าของเถื่อน ผู้มีอิทธิพล

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 01 March 2020
Created: 01 March 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

24 องค์กร เผย​ Peace Surway 7 มาตรการแก้ไฟใต้​ ​อ.ศรีฯ​ ชี้คีย์เวิรด​ 3 ตัวเลือก คือ​ ยาเสพติด ค้าของเถื่อน ผู้มีอิทธิพล

เครือข่ายวิชาการ 24 องค์กร เผยผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้พบว่าประชาชนชายแดนใต้มีความหวังและอยากเห็นความก้าวหน้าของการพูดคุยสันติภาพ แม้จะมองว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลง แต่ก็พร้อมหนุนกระบวนการสันติภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 กพ 63 เวลา 13.00 น ณ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับเครือข่ายวิขาการ 24 องค์กร จัดแถลงผล “การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 5” โดยมี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานคณะทำงานวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.มายือนิง อิสอ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล คุณสมใจ ชูชาติ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ อ.อับดุลการีม อัสมะแอ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี้ โดยมี ผศ.ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้การต้อนรับ และมีบุคลากร นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมรับฟังครั้งนี้

http://www.chaidantai.com/?p=47525

โจทย์ท้าทายพูดคุยสันติสุข รอบใหม่

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 01 March 2020
Created: 01 March 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

โจทย์ท้าทายพูดคุยสันติสุข รอบใหม่ จากทัศนะของ นายอาบูฮาฟิช อัลฮากิม โฆษกกลุ่มมาราปาตานี นาย กัสตูรี มะห์โกตา ประธานกลุ่มพูโล เเละนายอาซัน ตอยิบ อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยบีอาร์เอ็น

#ThaiPBSศูนย์ข่าวภาคใต้

ความเป็นมาของการพูดคุยสันติภาพครั้งใหม่ระหว่างรัฐไทย กับขบวนการ BRN ที่กัวลาลัมเปอร์

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 24 January 2020
Created: 24 January 2020
Hits: 0
  • keyword: ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

สัมภาษณ์อาจารย์ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ถึงความเป็นมาของการพูดคุยสันติภาพครั้งใหม่ระหว่างรัฐไทย กับขบวนการ BRN ที่กัวลาลัมเปอร์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เจาะลึกทิศทางและบทบาทใหม่ของฝ่ายไทย บทบาทของฝ่ายที่ 3 ที่ปรากฎบนโต๊ะเจรจาครั้งนี้ และหลายคำถาม-คำตอบต่อ BRN

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

ข่าว3มิติ เปิดสถิติ 16ปี ความรุนแรงชายแดนใต้ พบรัฐทุ่มงบก้อนใหญ่แก้ปัญหา สวนทางความเชื่อมั่นสันติภาพ

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 04 January 2020
Created: 04 January 2020
Hits: 1
  • content_group: ข่าวสาร

ข่าว3มิติ เปิดสถิติ 16ปี ความรุนแรงชายแดนใต้ พบรัฐทุ่มงบก้อนใหญ่แก้ปัญหา สวนทางความเชื่อมั่นสันติภาพ

Side B อีกเสียงจากที่เขาบอกว่า... "เหตุการณ์รุนแรงลดลง"

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 12 November 2019
Created: 12 November 2019
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

Side B อีกเสียงจากที่เขาบอกว่า... "เหตุการณ์รุนแรงลดลง"

1 สัปดาห์ผ่านมา เหตุการณ์ถล่มป้อม ชรบ. ลำพะยา บอกอะไรบ้าง

. :: ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) เป็นเป้าโจมตีได้อย่างไร, ฝ่ายความมั่นคงบอกสถานการณ์รุนแรงน้อยลง แต่ทำไมงบไฟใต้ถึงเพิ่มขึ้นมหาศาล, และกระบวนการพูดคุยสันติสุขระหว่างฝ่ายรัฐไทยกับฝ่ายขบวนการที่หยุดชะงักไป มีผลอย่างไรต่อความปลอดภัยของประชาชน :: .

ค้นหาคำตอบในรายการ Side B อีกเสียงจากที่เขาบอกว่า... "เหตุการณ์รุนแรงลดลง..."

Page 16 of 16

  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16

Main Menu

  • Home

Login Form

  • Forgot your password?
  • Forgot your username?