CSCD Articles
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
บทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องพื้นที่ทางการเมืองแบบเป็นทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมชายแดนใต้: บทบาท โอกาส และข้อท้าทาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำถามวิจัยของงานชิ้นนี้ต้องการตอบคำถามว่าเพราะค่านิยมที่อยู่บนฐานคิดของอัตลักษณ์ความเป็นมลายูหรือความเป็นมุสลิมหรือไม่ที่ส่งผลต่อการเข้าสู่พื้นที่การเมืองแบบทางการไม่มากนักหรือว่าเป็นฐานคิดที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยโดยรวมที่แม้ไม่ใช่มลายูมุสลิมแต่ก็มีข้อจำกัดทางการเมืองเช่นเดียวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและวิเคราะห์ถึงการขับเคลื่อนและข้อจำกัดในพื้นที่ทางการเมืองแบบทางการของผู้หญิงมลายูมุสลิมท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนใต้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงพ.ศ. 2563
ผลการวิจัยพบว่า ความเป็นผู้หญิงภายใต้ ความเป็นมลายู ความเป็นมุสลิมและวัฒนธรรมในสังคมไทย ล้วนแล้วแต่เป็นชั้นของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการมีบทบาทของผู้หญิงในพื้นที่การเมืองแบบทางการ ฐานคิดของอัตลักษณ์ความเป็นมลายูที่มีความใกล้ชิดกับความเป็นมุสลิมของผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีอิทธิพลต่อการที่ผู้หญิงจะเข้าไปในทางการเมือง กล่าวคือ การตัดสินใจของทั้งตัวผู้หญิงที่เข้าไปในพื้นที่ทางการเมืองและสังคมที่จะเลือกผู้หญิงเข้าไปในพื้นที่ทางการเมืองแบบทางการมีการคำนึงถึงอัตลักษณ์ความเป็นมลายูรวมถึงมุสลิม แม้ว่าจะดูเหมือนความเป็นสังคมมลายูจะยอมรับบทบาทของผู้หญิงในสังคมหรือในพื้นที่สาธารณะแล้ว แต่ในตำแหน่งของผู้นำในเชิงการเมืองก็ยังคงมีการมองที่ยึดกับภาพของความเป็นผู้ชายอยู่ นอกเหนือจากนั้นการมองบทบาทของผู้หญิงมุสลิมก็มักจะถูกถ่ายทอดในมุมมองที่ส่งเสริมการดูแลครอบครัวเสียมากกว่า ซึ่งในที่นี้ยังรวมไปถึงการที่มองว่าถึงที่สุดแล้วหากไม่มีความจำเป็น ผู้หญิงก็อาจจะไม่เหมาะที่จะเข้าไปมีบทบาทในการเป็นผู้นำทางการเมือง ประกอบเข้าไปกับโครงสร้างการเมืองไทยที่มีลักษณะของการมีนักการเมืองที่มักจะเป็นชาย จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่านักการเมืองหญิงที่มีโอกาสเข้าไปในพื้นที่การเมืองแบบทางการมักจะต้องมีทุนที่เกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะเป็นครอบครัวเดียวกับนักการเมืองเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงมลายูมุสลิมจึงนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดูท้าทายทั้งจากชั้นวัฒนธรรมของศาสนา ค่านิยมในสังคมมลายู รวมถึงสังคมการเมืองของไทย ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเวลาในการถกเถียงเพื่อนำไปสู่กรอบคิดหรือคุณค่าแบบใหม่ ที่จะส่งผลต่อการมีส่วนร่วมมากขึ้นของผู้หญิงมลายูมุสลิมในพื้นที่การเมืองแบบทางการต่อไป
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
ขอเชิญร่วมรับฟัง
#TALK1
การแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 และมาตรการของรัฐ
นำเสนอโดย
- ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วันพฤหัสบดี 11 มิถุนายน 2563 เวลา 13.30 - 15.00 น.
ณ ห้องประชุมสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
#TALK2
วงเวียนวิจัย #5
โควิด-19 กับผลกระทบต่อผู้คนในชายแดนใต้
ผู้ร่วมเสวนา
- ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
- คุณรอกีเย๊าะ นิมะ ประธาน อสม. หมู่บ้านแยะใน ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา
- ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
- คุณมะยุ เจ๊ะนะ เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ
- ดร.ธวัช นุ้ยผอม คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี
- คุณรอมฎอน ปันจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถถานการณ์ภาคใต้ (ดำเนินรายการ)
วันพฤหัสบดี 11 มิถุนายน 2563 เวลา 19.30 - 21.30 น.
ถ่ายทอดสดทาง FACEBOOK LIVE แฟนเพจ CSCD - PSU Pattani

- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้
งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่อง “พลวัตการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คำถามวิจัยของงานชิ้นนี้ต้องการมุ่งเน้นถึงการมองบนฐานข้อมูลที่ปรากฏให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดของนักการเมืองมลายูมุสลิมในช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นต้นมา ตลอดจนคำถามที่ว่าการต่อสู้ทางการเมืองในระบอบรัฐสภายังคงมีความหวังในการเป็นทางเลือกหนึ่งในการต่อรองทางการเมืองหรือการเรียกร้องสิทธิของชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อีกหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและรูปแบบการเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนพลวัตการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักการเมืองมลายูมุสลิมในจังหวัดชายแดนใต้ในบริบททางการเมืองที่ปรับเปลี่ยนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปัจจุบัน และเพื่อเสนอแนะต่อนักการเมืองมลายูมุสลิมและรัฐในการร่วมพัฒนาพื้นที่การเมืองที่สนับสนุนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยงานชิ้นนี้วางอยู่บนฐานแนวคิดสำคัญคือการเมืองเรื่องอัตลักษณ์
งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้และผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนทั้งสิ้น 66 ท่าน เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตทุกเขตในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จำนวน 13 ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชายแดนใต้แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 3 คน สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 1 ท่าน อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีต ส.ส. และอดีต ส.ว. จำนวน 19 ท่าน อดีตผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 12 ท่าน นักการเมืองท้องถิ่น 3 ท่าน นักวิชาการและอูลามาอฺ(ผู้รู้) จำนวน 4 ท่าน แกนนำและสมาชิกขบวนการต่อสู้เพื่อเอกราชปาตานี อาทิ BRN, PULO, BIPP, MARA Patani จำนวน 7 ท่าน และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ/สันติสุขชายแดนใต้ จำนวน 3 ท่าน พร้อมทั้งมีการจัดสนทนากลุ่มร่วมกับนักการเมือง ภาคประชาสังคมและนักวิชาการ จำนวน 2 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีการสังเกตการณ์ในช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังจากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 หลังจากเก็บข้อมูลตามวิธีการข้างต้นประกอบกับข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้นำมาวิเคราะห์ประเด็นถกเถียงที่เกี่ยวข้องผ่านแนวคิดเรื่องการเมืองเชิงอัตลักษณ์ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดหลักที่ใช้งานวิจัยดังกล่าวนี้
ผลการวิจัย พบว่า พลวัตการขับเคลื่อนของนักการเมืองมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้นับตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2547 สามารถแบ่งเป็นสามช่วงเวลาหลัก คือ ก่อนปี พ.ศ. 2547 หลังการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548-2561 และในช่วงการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 แต่ละช่วงมีข้อน่าสังเกตคือก่อนปี พ.ศ. 2547 เป็นการต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของเชื้อสายเจ้าเมืองและผู้รู้ศาสนา มีนักการเมืองที่ผิดหวังกับระบบรัฐสภาและออกไปสนับสนุนกลุ่มขบวนการติดอาวุธ และในช่วงนี้ยังเกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มวาดะห์ซึ่งรวมกลุ่มเพื่อสร้างเสียงต่อรองของนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังจากปี พ.ศ. 2547 เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ความพ่ายแพ้ของกลุ่มวาดะห์และการขึ้นมาของนักการเมืองในหน้าใหม่หลายท่าน และต่อมาในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 ก็ได้เห็นพัฒนาการสำคัญของการก่อตั้งพรรคประชาชาติซึ่งได้กลายเป็นพรรคที่เห็นนัยยะเชิงอัตลักษณ์ของความเป็นมลายูมุสลิมอย่างชัดเจน การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่าระบบรัฐสภายังคงเป็นความหวังสำหรับการขับเคลื่อนเพื่อสร้างพื้นที่ต่อรองทางการเมือง โดยที่พื้นที่ทางการเมืองนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้อัตลักษณ์ความเป็นมุสลิมหรือความเป็นมลายูสามารถมีที่ทาง จนกระทั่งสามารถลดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ทางการเมืองแบบนี้จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่ประยุกต์ใช้หลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่เป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ทางการเมืองถูกปิดกั้นและหันไปสู่การใช้ความรุนแรงได้
คำสำคัญ: นักการเมือง มลายู มุสลิม การเมืองเรื่องอัตลักษณ์ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
- Details
- Written by: Administrator
- Category: ผลงานวิจัย
- Hits: 0
การสื่อสารสาธารณะเพื่อแปรเปลี่ยนความขัดแย้งในกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิทัศน์การสื่อสารและการสื่อสารออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อศึกษาบทบาทของสื่อภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการเปิดพื้นที่ของแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์และกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และค้นหาตัวแบบด้านการสื่อสารสาธารณะในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้เป็นแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) สื่อออนไลน์ของกลุ่ม/องค์กรภาคประชาชนที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 42 องค์กร และพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา) จำนวน 617 ตัวอย่าง รวมไปถึงการวิเคราะห์เนื้อหาสื่อออนไลน์ (Media Content Analysis) การสัมภาษณ์ (Interview) และการสนทนากลุ่ม (Group Discussion) นักกิจกรรมและตัวแทนองค์กรภาคประชาชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งในเชิงปริมาณสำหรับการวิเคราะห์ภาพกว้างและเชิงคุณภาพสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก
ผลการวิจัยพบว่า การสื่อสารออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการใช้เฟสบุ๊กแฟนเพจและเว็บไซต์เป็นช่องทางหลัก มีการสื่อสารเนื้อหาในเฟสบุ๊กแฟนเพจอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรภาคประชาสังคม/กลุ่มกิจกรรมสาธารณะ แต่การขยับตัวขององค์กร/กลุ่มโดยภาพรวมในการใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์ยังไม่สูงมากนัก โดยรูปแบบการนำเสนอส่วนใหญ่ยังเป็นการแชร์ข้อมูลมาจากแหล่งข้อมูลอื่นมากกว่าการผลิตเนื้อหาข่าวสารเอง ยกเว้นประเด็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกลุ่ม ส่วนการนำเสนอเนื้อหาของกลุ่มส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวข่าวสารชายแดนใต้มากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือประเด็นเด็กและเยาวชน และการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน
สำหรับ 7 องค์กร/กลุ่มที่มีผู้ติดตามข่าวสารทางเฟสบุ๊กแฟนเพจในระดับสูง (มากกว่า 10,000 คน) ได้แก่ (1) มีเดียสลาตัน (2) สำนักสื่อวัรตานี (3) กลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (P.N.Y.S.) (4) กลุ่มสายบุรีลุกเกอร์ (5) ปาตานี ฟอรั่ม (6) กลุ่มนักศึกษาจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข และ (7) ข่าวภาคใต้ชายแดน แต่ยังมีช่องว่างระหว่างการรับรู้ข่าวสารกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม โดยพิจารณาจากพฤติกรรมการกดไลค์ แชร์ การแสดงความคิดเห็นในสื่อ และการเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะที่จัดขึ้นผ่านการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์ เนื้อหาที่มียอดไลค์สูงสุดส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน กิจกรรมขององค์กร ประเด็นศาสนาและการสื่อสาร ส่วนเนื้อหาที่มียอดไลค์ต่ำสุด เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในมิติการเมืองการปกครอง เช่น นโยบายของรัฐบาล การพูดคุยสันติภาพ/สันติสุข
ด้านข้อจำกัดและสิ่งท้าทายในการสื่อสาร ได้แก่ ประเด็นการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของประชาชน ข้อจำกัดด้านทักษะการสื่อสาร การสร้างสรรค์เนื้อหาข่าวสารและการจัดการ Platform สิ่งท้าทายด้านการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะและการสร้างสันติภาพ รวมถึงสิ่งท้าทายด้านการสร้างความมั่นคงของกลุ่ม/องค์กรและความยั่งยืนของกิจกรรมเคลื่อนไหวทางสังคม
ข้อเสนอตัวแบบการสื่อสารเพื่อแปรเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีดังนี้
-
- ควรมีการวางกลยุทธ์และแผนการสื่อสารที่มีเป้าหมายชัดเจน ต่อเนื่องและความสม่ำเสมอ
- ควรมีการใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและข้าม platform
- ควรมีการสร้างเครือข่ายนักกิจกรรมทั้งในระดับแนวราบ และเครือข่ายนักกิจกรรมข้ามประเด็น/ข้ามพื้นที่
- ควรพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบออนไลน์ของนักสื่อสาร
- ควรมีการแสวงหาพันธมิตรด้านการสื่อสารที่มาจาก platform ที่หลากหลาย (ชุมชน กลุ่ม/องค์กร นักปฏิบัติการสื่อสาร ผู้ประกอบการสื่อสารในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้) พันธมิตรนี้จะทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อประเด็นการขับเคลื่อนงานของกลุ่มระหว่างกลุ่ม ระหว่างสื่อและระหว่างพื้นที่
- พิจารณาการปรับกระบวนการทำงานสื่อสารให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่น และไม่ซับซ้อน เพื่อให้กลุ่มสามารถดึงสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามีส่วนร่วมและเรียนรู้ไปด้วยกัน
- การมีกลไกรับความเสี่ยง ทั้งในด้านทรัพยากรสนับสนุนการทำงาน ด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยี ด้านการขาดแคลนทรัพยากรบุคคล