CSCD
  1. You are here:  
  2. Home
  3. ผลงานตีพิมพ์

CSCD Articles

การสร้างสันติภาพในภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู และความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 28 March 2023
Created: 28 March 2023
Hits: 1
  • year: 2566
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ความห่างทางสังคม
  • keyword: ภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู
  • keyword: การบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียน
  • keyword: คนรุ่นใหม่

การสร้างสันติภาพในภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู และความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี

โดย

ธนัญกรณ์ หิรัญญ์ไพสิฐกุล สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

มะรอนิง สาแลมิง คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้ค้นหาแนวทางสร้างสันติจากความขัดแย้งเชิงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ในความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูกับความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี จากการบ่มเพาะทางสังคม เพศ และศาสนาที่ต่างกัน ศึกษากับนักศึกษามหาวิทยาลัยในปัตตานี จำนวน 320 ราย ใช้แบบประเมินค่าภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู (α = 0.820) กับแบบสอบถามวัดความห่างทางสังคมของโบกาดัส (α = 0.927) วิเคราะห์ความแตกต่างและความสัมพันธ์ ผลวิจัยพบว่า 1) การบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็งแกร่ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าการบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียนรัฐ 2) ศาสนาอิสลามมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าศาสนาพุทธ 3) เพศหญิงมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าเพศชาย และ 4) ภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความห่างทางสังคม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 4 กรณี ประจักษ์ถึงความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่ต่างกันในพื้นที่จากการบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียน ศาสนา และเพศที่ต่างกัน

          ในการสร้างสันติภาพคือหลีกเลี่ยงเจตคติเชิงลบที่คนมลายูรู้สึกถูกกลืนกลายให้เป็นพหุวัฒนธรรมเชิงเดี่ยว เป็นวัฒนธรรมไทยเชิงเดี่ยวจากรัฐ และสังคมมลายูมุสลิมควรปรับลดระดับภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูลงในระดับที่เป็นกลางผ่านการบ่มเพาะทางศาสนาอิสลาม

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Frontline Informality: Paramilitary Forces and Pro-government Militias in Thailand's Deep South Counter-insurgency

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 13 January 2023
Created: 13 January 2023
Hits: 0
  • keyword: Paul Chambers
  • year: 2565
  • keyword: ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
  • research_group: บทความวิจัย

Frontline Informality: Paramilitary Forces and Pro-government Militias in Thailand's Deep South Counter-insurgency

  • In book: Pathways for Irregular Forces in Southeast Asia
  • Publisher: Routledge

Authors:

Paul Wesley Chambers Naresuan University

Srisompob Jitpiromsri Prince of Songkla University

 

 

References : Pathways for Irregular Forces in Southeast Asia

 

การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 1
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: การแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง
  • keyword: แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี
  • keyword: พื้นที่ทางการเมือง
  • keyword: ประชาธิปไตย

การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

โดย

อิมรอน ซาเหาะ  สถานวิจัยความขัดแย้งฯ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    

                  

บทคัดย่อ

          บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง “การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ชายแดนใต้” ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นการแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบการเมืองการเลือกตั้งของประเทศไทย งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึกของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ BRN โดยใช้ตลอดจนเทคนิคการวิจัยแบบศึกษาประวัติชีวิต (Life History) ผลการศึกษาพบว่าการยุติการใช้ความรุนแรงของอดีตนักรบพบว่าในกระบวนการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งจากการใช้ความรุนแรงสู่การไม่ใช้ความรุนแรงจำเป็นต้องมองทั้งในระดับบุคคลและความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมและเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ มีข้อท้าทายหลายประการที่ทำให้การแปรเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างไม่สามารถก้าวไปได้มากนัก โดยเฉพาะแนวทางที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลไทยที่มีต่อกระบวนการพูดคุยและแนวทางจัดการความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมุ่งเน้นแนวทางทางการทหารเป็นหลัก รวมถึงความไม่เป็นเอกภาพของกลุ่มองค์กรที่ต่อสู้กลุ่มต่างๆ นอกจากนี้การแปรเปลี่ยนมาต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของอดีตนักรบในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทยในปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับข้อท้าทายหลากหลายประการทั้งพื้นที่การเมืองในระดับท้องถิ่นตลอดจนการเมืองในระดับชาติ

 

ที่มา เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress) ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย

 

การเพ่งพินิจ การแสดงด้วยภาพและการสร้างความรู้: พัฒนาการของระบบฐานข้อมูลติดตามและเฝ้าระวังความขัดแย้งของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 0
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: การมอง
  • keyword: การแสดงด้วยภาพ
  • keyword: ฐานข้อมูล
  • keyword: การติดตามความขัดแย้ง
  • keyword: ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

 

การเพ่งพินิจ การแสดงด้วยภาพและการสร้างความรู้: พัฒนาการของระบบฐานข้อมูลติดตามและเฝ้าระวังความขัดแย้งของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

โดย

ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          การวิจัยโดยใช้วิธีการวิจัยแบบที่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว (Research Using Available Data) ชี้ให้เห็นว่าระบบข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและสันติภาพ โดยทั่วไป ฐานข้อมูลต้องพัฒนามาจากฐานความรู้ซึ่งเป็นผลพวงมาจากแนวความคิดในเรื่องสันติภาพที่เสรี (Liberal Peace) ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าศักยภาพในการเก็บรวบรวม เผยแพร่และตีความข้อมูล เป็นหัวใจสำคัญต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพที่มีเสรีภาพ การเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยี ทำให้มีพัฒนาการวิธีการในการเก็บข้อมูลและนำเสนอในสถานการณ์ความขัดแย้งให้ซับซ้อนขึ้น Deep South Watch เป็นระบบฐานข้อมูลซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางวิชาการต่อสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่โดยมีพัฒนาการต่อเนื่องมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

          อีกด้านหนึ่งงานวิจัยก็แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการมองเห็นภาพและความรับรู้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้างวาทกรรมแห่งความรู้และการสื่อสารความรู้ อันเป็นการสร้างความจริงอีกแบบหนึ่ง การมองเห็นด้วยภาพมีความสัมพันธ์กับความรู้ใหม่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแบบเดียวกับการพัฒนาความรู้ของพยาธิวิทยากายวิภาคศาสตร์ในโลกยุคใหม่ ระบบฐานข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังภาคใต้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง “การเพ่งพินิจ” (Gazing) และ “การแสดงภาพ” (Visualization) ทำให้เกิดการมองเห็นพลวัตของความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นใหม่ ทั้งในมิติเวลาและสถานที่ ทั้งนี้ ฐานข้อมูลเฝ้าระวังที่สร้างจากหลายภาคส่วนในพื้นที่จึงต่างจากฐานข้อมูลด้านความมั่นคงที่เคยสร้างมาก่อนหน้าซึ่งมีมิติปิดลับ แข็งตัวและไม่มีความยืดหยุ่น

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

The persevering power of provincial dynasties in Thai electoral politics

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 1
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: การเลือกตั้ง
  • keyword: ตระกูลการเมือง

 

ความพยายามดิ้นรนในการยึดครองอำนาจอย่างเหนียวแน่นของตระกูลการเมืองในการเลือกตั้งของไทย

เครือข่ายสายตระกูลการเมืองใหญ่ๆในระดับจังหวัดมีบทบาทสำคัญมากในการเมืองแห่งการเลือกตั้งของประเทศไทยมานาน อิทธิพลแบบนี้เป็นที่รู้สึกกันมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2512 ภายหลังปี พ.ศ. 2531 และหลังปี พ.ศ. 2535 ซึ่งพื้นที่การเมืองได้เปิดให้ตระกูลการเมืองขยายอำนาจตัวเองออกไป แต่อำนาจพวกนี้ถูกสกัดกั้นให้หยุดชะงักด้วยปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งการรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญและการเปลี่ยนแปลงในระดับชาติ การเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2562 การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2563 และเลือกตั้ง อบต. ในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นว่าตระกูลการเมืองใหญ่ระดับจังหวัดยังคงรักษาอำนาจอย่างเหนียวแน่นเนื่องจากระบอบเผด็จการทหารเต็มรูปได้หยุดลงในปี 2562 แต่พรรคการเมืองในระดับชาติยังคงต้องการหุ้นส่วนจากตระกูลการเมืองระดับจังหวัดเพื่อชัยชนะและตระกูลท้องถิ่นมองเห็นโอกาสที่จะฟื้นคืนอำนาจของตัวเอง ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2565 ครอบครัวการเมืองและตระกูลที่มีอำนาจดูเหมือนจะยังมีชีวิตรอดและอยู่อย่างดีด้วย การศึกษาครั้งนี้สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของตระกูลการเมืองที่มีอำนาจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสี่จังหวัดที่ต่างกัน การศึกษาได้วิเคราะห์เหตุผลที่ว่าทำไมมีเพียงบางจังหวัดเท่านั้นที่มีประสบการณ์ตระกูลการเมืองครอบงำ อะไรคือกลยุทธ์ที่สนับสนุนและขัดขวางตระกูลการเมืองไม่ให้มีอำนาจครอบงำการเมืองจังหวัดและอนาคตของตระกูลการเมืองไทย

 

The persevering power of provincial dynasties in Thai electoral politics

Provincial clans and dynasties have long been crucial in Thai electoral politics. Their influence was felt since before the 1969 poll. Post-1988 and post-1992 political space gave clans room to expand in power. But their sway has been interrupted by several factors, including military coups, changing constitutions, and national transformations. Thailand’s March 2019 general election, December 2020 provincial administrative organization elections, and March 2021 subdistrict administrative organization elections demonstrated the persistence of provincial clan influence owing partly to the 2019 end of military dictatorship but also to the needs by national parties to partner with pro- vincial political families to achieve success and finally because local clans saw

an opportunity to revitalize their power. In 2022 Thailand, provincial clans and dynasties appear to be alive and well. This study examines the historical evolution of provincial dynasties involved in Thai electoral politics in four different provinces. The study analyzes the reasons why only some provinces have experienced clan (familial) domination, strategies for and obstacles to dynastic family control over provincial politics, and the future of dynastic provincial families in Thailand’s democratic future.

 

อ่านดูรายละเอียดจากบทความวิจัยใหม่ตีพิมพ์ใน Asian Journal of Comparative Politics (2022) 1–21 คลิ๊ก ที่นี่

 

 

 

รัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพ ในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย?

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 21 October 2022
Created: 21 October 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: สันติภาพ
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: รัฐธรรมนูญ
  • keyword: ฟิลิปปินส์
  • keyword: มินดาเนา

รัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพ ในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย ?

 

ฟารีดา ปันจอร์

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

บทความวิชาการรัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย? มีเป้าหมายเพื่อที่จะเข้าใจแนวทางการเปลี่ยนแปลงความขัดแย้งในมุมมองที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐธรรมนูญกับกระบวนการสันติภาพ โดยศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่ความขัดแย้งบังซาโมโรในมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์กับจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย งานศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์เอกสารทางวิชาการ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อมูลบางส่วนจากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายของโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ จากการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบค้นพบว่า ข้อตกลงสันติภาพ ตัวบทรัฐธรรมนูญ โครงสร้างการทำงานเพื่อสันติภาพ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน กรณีศึกษาความขัดแย้งในบังซาโมโรพบว่าในความเป็นจริงแม้จะมีอุปสรรคในการสถาปนาโครงสร้างการเมืองการปกครองในพื้นที่ความขัดแย้งบังซาโมแต่การที่รัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงการมีพื้นที่ปกครองตนเองมินดาเนา ถือได้ว่าเป็นหลักประกันในการผลักดันข้อตกลงสันติภาพให้มีผลในทางกฎหมายที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขณะที่ความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ที่ยังมีความรุนแรงยืดเยื้อและการบริหารงานพื้นที่ถูกกำหนดผ่านกลไกและหน่วยงานพิเศษอย่างกองอำนวยการรักษาความสงบภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) บทเรียนจากมินดาเนาสามารถเป็นบทเรียนให้กับความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ว่าการแสวงหาทางออกทางการเมืองผ่านกระบวนการจำเป็นต้องมุ่งพิจารณาที่ไปรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองที่เกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นโครงสร้างการทำงานเพื่อสันติภาพที่ต้องการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการแสวงหาหลักประกันเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนในชายแดนใต้

ที่มา วารสารสถาบันพระปกเกล้า

 

สันติภาพที่ไม่เสรีกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการงบประมาณตามยุทธศาสตร์และแผนงานยุทธศาสตร์งบประมาณบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560-2565

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 09 September 2022
Created: 09 September 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: สันติภาพที่ไม่เสรี
  • keyword: กระบวนการงบประมาณ
  • keyword: แผนงานบูรณาการ
  • keyword: การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • keyword: ยุทธศาสตร์ชาติ

สันติภาพที่ไม่เสรีกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการงบประมาณตามยุทธศาสตร์

และแผนงานยุทธศาสตร์งบประมาณบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2560-2565

 

ฟารีดา ปันจอร์

สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

กรอบแนวคิดที่สำคัญในการศึกษาก็คือ “สันติภาพแบบไม่เสรี” ซึ่งรัฐไทยนำเอาเศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยการจัดการความขัดแย้งในแบบอำนาจนิยมมาใช้ในการ “แก้ไข” ปัญหาความขัดแย้งและสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเกิดผลกระทบอย่างมากต่อการจัดการกระบวนการงบประมาณและการคลังของรัฐในการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลการศึกษาพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบันและการจัดการงบประมาณจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายหลังจากการรัฐประหารของ คสช. ในปี พ.ศ. 2557 ผลที่ตามมาคือ งบประมาณทั้งหมดทุกแผนงานที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความสำคัญอย่างมากกับงานในด้านความมั่นคงและโครงการก่อสร้างหรืองบประมาณด้านการลงทุน ส่วนงบประมาณด้านการศึกษา สวัสดิการสังคมและเศรษฐกิจไม่ถูกเน้นหนักให้ความสำคัญ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระบอบการจัดการความขัดแย้งแบบอำนาจนิยมมีแนวโน้มที่จะใช้งบประมาณสูงอย่างมากมายมหาศาลในการจัดการความขัดแย้งอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในการจัดการปัญหาทั้งหมด

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ริชวะฮ์กับการเลือกตั้ง: จากหลักการอิสลามสู่ปรากฏการณ์ในสังคมมลายูมุสลิมชายแดนใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 09 September 2022
Created: 09 September 2022
Hits: 1
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: การซื้อสิทธิขายเสียง
  • keyword: สินบน
  • keyword: สินน้ำใจ
  • keyword: การเลือกตั้ง

ริชวะฮ์กับการเลือกตั้ง: จากหลักการอิสลามสู่ปรากฏการณ์ในสังคมมลายูมุสลิมชายแดนใต้

 

อิมรอน ซาเหาะ

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์

 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

อับดุลเอาว์วัล สิดิ

โครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

 

บทคัดย่อ

บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่องพลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นริชวะฮ์หรือการให้สินน้ำใจหรือสินบนหรือการซื้อสิทธิขายเสียงกับการเลือกตั้งในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึกนักการเมืองในพื้นที่ชายแดนใต้ หัวคะแนนหรือผู้ช่วยหาเสียงของนักการเมือง ตลอดจนนักวิชาการและผู้นำศาสนา ผลการศึกษาพบว่าในพื้นที่ชายแดนใต้การให้สินบนหรือการซื้อเสียงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลแพ้ชนะของการเลือกตั้งในแต่ละเขต หลักการศาสนาจึงถูกนำมาอธิบายถึงความชอบธรรมในการให้สินน้ำใจ และพยายามอธิบายว่าไม่เข้าข่ายริชวะฮ์ งานชิ้นนี้ได้ข้อสรุปว่าแม้ว่าในตัวบทของหลักการจะไม่เป็นที่อนุญาต แต่ในการปฏิบัติจริงมักจะมีการเลี่ยงบาลีเพื่ออ้างความชอบธรรมของการจ่ายริชวะฮ์อยู่จนเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในสังคม ด้วยหลักคิดที่ว่าหากสามารถเข้าสู่พื้นที่การเมืองได้แล้วจะเป็นประโยชน์มากกว่า ประกอบกับค่านิยมทั่วไปในสังคมยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

ที่มา วารสารวาระการเมืองและสังคม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ภาษา ถ้อยคำและอำนาจในทัศนะของมิเชล ฟูโกต์กับการศึกษาเรื่องการเมือง สันติภาพและความขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดชายแดนภาคใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 09 September 2022
Created: 09 September 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • keyword: นโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: วาทกรรม
  • keyword: การต่อสู้ทางวาทกรรม สนามวาทกรรม
  • keyword: อำนาจ
  • keyword: สันติภาพแบบผสม

ภาษา ถ้อยคำและอำนาจในทัศนะของมิเชล ฟูโกต์กับการศึกษาเรื่องการเมือง สันติภาพ

และความขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 โดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

มิเชล ฟูโกต์ได้อธิบายการทำงานที่ซับซ้อนของภาษาและอำนาจโดยอธิบายกระบวนการแปรเปลี่ยนจากคำพูด ถ้อยแถลงและบทสนทนาไปสู่การสร้างอำนาจ ภาษาจึงผ่านการต่อสู้และเครือข่ายความสัมพันธ์ของถ้อยคำและถ้อยแถลงในสนามที่เรียกว่า อุบัติการณ์ของภาษา ทำให้วัตถุทางภาษาและวาทกรรมมีอำนาจในโลกแห่งปฏิบัติการ จุดสำคัญของแนวคิดนี้จึงอยู่ที่การมองว่าอำนาจภาษาไม่ใช่อยู่ที่ผู้พูดและองค์ประธานของถ้อยแถลงเท่านั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกันของถ้อยแถลง รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าสนามหรือพื้นที่ที่ภาษาอุบัติขึ้นและคลี่คลายขยายตัวไป ในการนี้ วัตถุของภาษาหรือวาทกรรมเกิดขึ้น ทับซ้อนกัน เชื่อกันและขัดกัน และในที่สุดเกิดการแปรเปลี่ยนไปพร้อมกันของวัตถุทางภาษาเหล่านี้ในสนามของวาทกรรมและการปฏิสัมพันธ์ จากนั้น เราจึงอธิบายว่าอำนาจกระจายกันอยู่คล้ายกับภาษาไม่มีเจ้าของแต่มีความตั้งใจ และที่ใดมีอำนาจที่นั่นมีการต่อต้าน พัฒนาการคำพูดและภาษาทางนโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สอดคล้องกับคำอธิบายนี้ การต่อสู้ในเรื่องถ้อยคำและภาษาในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีอยู่ตราบจนปัจจุบัน

 

ที่มา วารสารวาระการเมืองและสังคม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

Armed Violence and Patriarchal Values: A Survey of Young Men in Thailand and Their Military Experiences

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 31 August 2022
Created: 31 August 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • keyword: Armed Violence
  • keyword: Patriarchal Values
  • keyword: A Survey of Young Men in Thailand
  • keyword: Their Military Experiences
  • research_group: บทความวิจัย

 

 

Armed Violence and Patriarchal Values:

A Survey of Young Men in Thailand and Their Military Experiences

 

Assoc.Prof.Dr.ELIN BJARNEGÅRD

Dr.ANDERS ENGVALL

Asst. Prof. Dr.SRISOMPOB JITPIROMSRI

Prof.Dr.ERIK MELANDER

 

Abstract

What is the relationship between armed violence and patriarchal values? This question is addressed with the help of a survey of young men in the conflict-affected southern provinces of Thailand. In Study 1 we find that men with more patriarchal values are more prone to volunteer for paramilitary service. Study 2 uses a natural experiment made possible by the conscription lottery in Thailand to compare survey responses of men who were involuntarily enlisted to do Military Conscription Service (treatment group) with the responses of men who participated in the lottery but were not enlisted (control group). We find no difference between the treatment and control groups in patriarchal values. We conclude that patriarchal values drive voluntary participation in armed conflict, whereas military service as a conscript in a conflict zone does not cause patriarchal values.

 

References : American Political Science Review

 

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อธิบายว่า บทความวิจัยในวารสาร American Political Science Review ตีพิมพ์ในฉบับล่าสุด online กล่าวถึงปัญหาของระบบทหารเกณฑ์ในประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และภาคใต้ตอนล่าง เป็นผลงานวิจัยเชิงประจักษ์จากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับ Uppsala University ประเทศสวีเดนในรอบห้าปีที่ผ่านมา บทความพูดถึงผลการเก็บข้อมูลจากอดีตทหารเกณฑ์ 2 รอบ ที่อยู่ในพื้นที่ความรุนแรงภาคใต้ มีทหารเกณฑ์ที่ถูกศึกษาประกอบด้วยทั้งแบบที่สมัครเป็นทหารเกณฑ์และจับฉลากได้ใบแดง รวมทั้งผู้ที่เข้าเกณฑ์ทหารแต่ได้ใบดำจึงยกเว้นไม่ผ่านเกณฑ์ รวมทั้งทหารอาสาสมัครเช่นทหารพรานในพื้นที่ รวมกกลุ่มตัวอย่าง 4,500 คน การออกแบบวิจัยจึงเป็นแบบกึ่งทดลองแบบวิทยาศาสตร์ในลักษณะ experimental research design กล่าวโดยสรุปงานวิจัยพบว่าค่านิยมแบบอำนาจนิยมของผู้ชาย (patriarchal values) เป็นตัวผลักดันที่สำคัญมากในการอาสาเข้ารับราชการทหาร ในขณะที่การมีประสบการณ์ทางทหารในพื้นที่ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีความสัมพันธ์กับการมีค่านิยม “แบบชายชาติทหาร” ดูรายละเอียดในบทความนี้

วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา ฉบับปฐมฤกษ์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2565)

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 27 June 2022
Created: 27 June 2022
Hits: 1
  • year: 2565
  • keyword: สถาบันสันติศึกษา
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา

วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา

ฉบับปฐมฤกษ์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2565)

ชวนอ่านฉบับออนไลน์ได้ที่ https://so07.tci-thaijo.org/.../cpsj_psu/issue/view/vol1no1

พบกับบทความพิเศษ

บทความวิจัย บทความวิชาการ และ บทแนะนำหนังสือ จากนักวิชาการด้านความขัดแย้งและสันติศึกษา และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผู้สนใจส่งบทความสำหรับตีพิมพ์ในวารสารฉบับที่ 2 ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่

งานวารสารฯ โทร. 074 28 9450

Malay Muslim Politicians’ Movements Amid the Deep South Unrest in Thailand

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 06 May 2022
Created: 06 May 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • keyword: Three Southern Border Provinces
  • keyword: politician Malay Muslim
  • keyword: political identity
  • research_group: บทความวิจัย

Malay Muslim Politicians’ Movements Amid the Deep South Unrest in Thailand

 

Yasmin Sattar

Yasmin Sattar, is on the Faculty of Political Science, Prince of Songkla University in Pattani, Thailand. Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Imron Sahoh

Imron Sahoh, Centre for Conflict Studies and Cultural Diversity, Institute of  Peace Studies, Prince of Songkla University in Pattani, Thailand. Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

Abstract

This qualitative study aimed to examine factors influencing Malay Muslim politicians’ movement dynamics amid changing political landscapes from 2004 to 2019 and identify their challenges. The samples included 20 participants, who were former and current Malay politicians, civil society representatives, and religious scholars in the southern border provinces (Deep South). Data were collected by interviews and two focused group discussions and subsequently analyzed by inductive analysis. Findings revealed that the factors influencing Malay Muslim politicians’ movement dynamics were the eruption of the Deep South violence and contextual differences across Thai political eras. These politicians’ significant challenges included political ideologies, ethnic and religious uniqueness, finance, and degrees of democracy. The political space’s suggestion included applying the democratic principles that preserve rights and freedom of social groups since squeezing this political space with unjustified limits could justify violence in demands of rights to identities.

 

References : Journal of Muslim Minority Affairs

Page 3 of 7

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7

Main Menu

  • Home

Login Form

  • Forgot your password?
  • Forgot your username?