CSCD
  1. You are here:  
  2. Home

CSCD Articles

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม Conference on Women Inclusion and Leadership in Peacebuilding

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 18 February 2021
Created: 18 February 2021
Hits: 1
  • year: 2564
  • keyword: Women Inclusion
  • keyword: Leadership in Peacebuilding
  • research_group: เวทีวิชาการ

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมนานาชาติ Conference on Women Inclusion and Leadership in Peacebuilding วันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2564

จัดโดย SEA Woman Peacebuilders  และ SASAKAWA Peace Foundations

ผู้สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfs97ZWRvF1O3.../viewform

แนะนำอาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 11 January 2021
Created: 11 January 2021
Hits: 1
  • year: 2564
  • keyword: สถาบันสันติศึกษา
  • research_group: การจัดการความขัดแย้งและสันติศึกษา

นักวิจัยจาก CSCD-IPS และคณะ คว้ารางวัลการนำเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยาย ระดับดีเด่น ในการประชุมวิชาการระดับชาติอิสลามศึกษามุสลิมศึกษา ครั้งที่ 5

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 24 December 2020
Created: 24 December 2020
Hits: 1
  • year: 2553
  • research_group: จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • keyword: นักการเมือง
  • keyword: ผู้หญิง
  • keyword: ชายแดนใต้
  • keyword: มลายูมุสลิม
  • keyword: ผู้นำ
  • research_group: มุสลิมศึกษา

เมื่อวันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมนำเสนอบทความวิจัย เรื่อง “ข้อถกเถียงว่าด้วยเรื่องผู้หญิงมุสลิมกับการทำงานในพื้นที่สาธารณะผ่านการศึกษานักการเมืองสตรีมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ (Discussion on Muslim Women and Public Space through the Case Study of Muslim Women Politicians in the Deep South of Thailand)” โดยเขียนร่วมกับ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ นายอับดุลเอาว์วัล สิดิ จากโครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ในการประชุมวิชาการระดับชาติอิสลามศึกษามุสลิมศึกษา ครั้งที่ 5 ประจำปี 2564 (The 5th National Conference on Islamic and Muslim Studies 2021) "อิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษาในศตวรรษที่ 21 ความท้าทายในยุค New Normal"

โดยบทความดังกล่าวนี้ได้รับรางวัล​การนำเสนอ​ผลงานวิจัย​ภาคบรรยาย​ ระดับดีเด่น โดยมี 7 บทความ จาก 101 บทความที่ได้รับรางวัลระดับดีเด่นในครั้งนี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกหลายบทความที่น่าสนใจ อาทิ บทความเรื่อง “ประวัติศาสตร์อิลมู (ความรู้) :ความหมาย ความแตกต่างและการจำแนกชนิดอิลมู (ความรู้) อิสลาม ในโลกอาหรับ, มลายู, สยาม และปาตานี” นำเสนอโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งนี้ มีคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาอีกกว่าร้อยคน/ร้อยบทความเข้าร่วมนำเสนอในครั้งนี้ด้วย

ขอบคุณภาพจาก Faculty of Islamic Sciences - คณะวิทยาการอิสลาม ม.อ.ปัตตานี

 

ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านภาพยนตร์ เรื่อง กระเบนราหู

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 07 December 2020
Created: 07 December 2020
Hits: 1
  • year: 2563
  • research_group: กระเบนราหู
  • research_group: ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา: เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านภาพยนตร์ เรื่อง กระเบนราหู (MANTA RAY) จัดโดย คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งภาพยนตกระเบนราหูเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในสาย Orizzonti ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 75 ซึ่งรางวัลในประเภท Orizzonti (Horizons) เป็นการพิจารณารางวัลสำหรับภาพยนตร์ที่เป็นตัวแทนสุนทรียภาพและการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ร่วมสมัยจากนานาชาติในปัจจุบัน โดย กระเบนราหู เป็นภาพยนตร์จากประเทศไทยเพียงเรื่องเดียวในเทศกาลปีนี้ กระเบนราหู หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Manta Ray เป็นผลงานการกำกับของ พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง ที่สะท้อนถึงปัญหาและทัศนคติต่อความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิกฤตผู้อพยพชาวโรโรฮิงญาในประเทศไทย โดยในภาคเช้ามีการฉายภาพยนตร์ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการได้รับชม และในภาคบ่ายจัดการเสวนาพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องนี้ โดยมีการเล่าถึงที่ไปที่มา สรุปเรื่องราวของหนังให้กับผู้ชมได้รับฟังโดยวิทยากรจากหอภาพยนต์ (องค์กรมหาชน) รวมถึงมีการเชื่อมโยงปัญหาและเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ ให้สอดคล้องกับปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความเป็นมาและสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ในปัจจุบัน จากวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมุมมองด้านต่างๆ จากนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมเสวนา

โดยมีคุณก้อง ฤทธ์ดี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

คุณสัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ จากมหาวิทยาสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี  นักวิชาการสังคมศาสตร์มุสลิม จากมหาวิทยาลัยพายัพ

คุณอัญชนา  หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชนหญิง

ประธานกลุ่มด้วยใจ

ผศ.ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Dr. Paul Chambers คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Asst. Prof. Dr. Takahashi Katsuyuki

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เกียรติร่วมเสวนา โดยการจัดงานในครั้งนี้ทางผู้จัดคำนึงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมีการเว้นระยะห่างทางสังคม แจกหน้ากากอนามัย รวมถึงมีเจลล้างมือแอลกอฮอล์สำหรับผู้เข้าร่วมงาน โดยจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00-15.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

ร่วมต้อนรับและพบปะพูดคุยกับคณะผู้แทนจาก United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC)

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 18 November 2020
Created: 18 November 2020
Hits: 1
  • year: 2563
  • keyword: Southern Thailand
  • keyword: UNODC

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ ชั้น 3 สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี Mrs.Gita Sabharwar, UN Resident Coordinator พร้อมคณะ​จาก​ The United Nations Office of Drugs and Crime (UNODC), Regional Office for Southeast Asia and Pacific เดินทางมายังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ UNODC และภาคประชาสังคม ภายใต้หัวข้อ อาชญากรรมข้ามชาติในภาคใต้ของไทย (Transitional Organized Crime in Southern Thailand) ในโอกาสนี้ รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี, ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา และ ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา ให้การต้อนรับ นำเสนอผลการวิจัยและพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

 

ต้อนรับเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 12 November 2020
Created: 12 November 2020
Hits: 1
  • year: 2563
  • keyword: Switzerland

เมื่อวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2563​ ณ ห้องประชุมปัตตานีภิรมย์ ชั้น 3 สำนักงานวิทยาเขตปัตตานี H.E. Mrs. Helene Budliger Artieda, Ambassador of Switzerland to Thailand, Cambodia and Lao PDR  (เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส​ ประจำประเทศไทย กัมพูชาและลาว) พร้อมคณะ ประกอบไปด้วย Mr.Pierre Hagmann, Deputy Head of Mission,  Ms.Tiamkare Thitithamtada, Political Officer,  Embassy of Switzerland,  Dr.Norbert Ropers, Director of Peace Resource Collaborative (PRC), Ms.Jularut Damrongviteetham, Executive Assistant, Peace Resource collaborative เดินทางเข้าพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ ผศ.ดร.ศรี​สมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์ประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้​ (CSCD)​ สถาบันสันติศึกษา​ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี ผศ.ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์​ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี, ​ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่ รองผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา​ และคุณ​รอมฎอน ปันจอร์ ภัณฑารักษ์แห่งศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) ให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน

 

 

 

เสวนาวิชาการ “อิสลาม การเมือง และประชาธิปไตย: ประสบการณ์และข้อท้าทายจากการเมืองตุรกี”

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 03 November 2020
Created: 03 November 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

วงเสวนาวิชาการ(ออนไลน์)ว่าด้วยเรื่อง “อิสลาม การเมือง และประชาธิปไตย: ประสบการณ์และข้อท้าทายจากการเมืองตุรกี” ผ่านทางแฟนเพจ ศูนย์ศึกษาตุรกี Turkish Studies Center (คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี) วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563

 

วิทยากรโดย

  • ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรองผู้อำนวยการสถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ หัวหน้าศูนย์ศึกษาตุรกี รองคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพและพัฒนาหลักสูตร และอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  • อ.อับดุลเอาว์วัล สิดิ โครงการมะดีนะตุสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

ดำเนินรายการโดย

  • นายอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

รับชมย้อนหลัง คลิ๊ก https://fb.watch/1wxiXdRV6-/

เสวนาว่าด้วยเรื่อง... "เอกราช หรือ การกระจายอำนาจ : สู่ทางออกในการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนใต้"

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 30 October 2020
Created: 30 October 2020
Hits: 1
  • content_group: ข่าวสาร

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม  2563 ที่ผ่านมา ณ หอประชุม ม.อ.ปัตตานี ชูเกีรยติ  ปิติเจริญกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา ในเรื่อง.. "เอกราช หรือ การกระจายอำนาจ : สู่ทางออกในการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนใต้" วิทยากรร่วมเสวนาประกอบไปด้วย คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา และ คุณรอมฎอน ปันจอร์ คิวเรเตอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Wacth)

จัดโดย นักศึกษาแขนงวิชาการปกครองท้องถิ่น คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

รับชมการเสวนาย้อนหลัง คลิ๊ก https://www.facebook.com/watch/?v=2509216186042856

ขอบคุณภาพจาก สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี

เสวนาว่าด้วยเรื่องรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อความฝันของคนชายแดนภาคใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 30 October 2020
Created: 30 October 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม  2563 ที่ผ่านมา ณ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา ในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อความฝันของคนชายแดนภาคใต้” โดยวิทยากรท่านอื่นๆ ประกอบไป  ผศ.ธีรวัฒน์  ขวัญใจ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ หัวหน้ากลุ่มด้วยใจ คุณมะยุ เจะนะ เครือข่ายภาคประชาสังคมชายแดนใต้ - คปส. ดำเนินรายการโดย อาจารย์อสมา มังกรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในขณะที่ช่วงบ่าย นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งฯ ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการในกลุ่มย่อยด้วย

ภายใต้งาน ครช. สัญจร ระดมความคิดเพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ในเวทีเสนอความเห็นประเด็นรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้ จัดโดย คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ร่วมกับ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.) และ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)

 

รับชมการเสวนาย้อนหลัง คลิ๊ก https://www.facebook.com/watch/?v=1260822334279112

 

ขอบคุณภาพจาก คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน  ครช.

ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในงานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง “ชายแดนใต้: พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย”

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 24 October 2020
Created: 24 October 2020
Hits: 0
  • year: 2563
  • research_group: การพัฒนาระบบงานวิจัย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา นายอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมนำเสนอผลการศึกษาโครงการวิจัยเรื่อง “พลวัตความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมลายูมุสลิมท่ามกลางความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้” ในงานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่อง “ชายแดนใต้: พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย” รายงานวิจัยภายใต้ชุดโครงการงานวิจัยประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (SRI 13) จัดโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ณ ห้องประชุม ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กรุงเทพฯ

โดยภายในงานมีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อีก 2 โครงการวิจัย ได้แก่ โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษากลไกทางกฎหมายเพื่อการกลับคืนสู่สังคม ของกองกำลังติดอาวุธในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านการศึกษาเปรียบเทียบกับกลไกของอาเจะฮ์และมินดาเนา” โดย ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ จากคณะนิติศาสตร์ และโครงการวิจัยเรื่อง “บทบาทผู้นำศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้” โดย รศ.ดร.ปัญญา เทพสิงห์ จากคณะศิลปศาสตร์

นอกจากนั้นยังมีผลงานวิจัยอีกหลายโครงการที่น่าสนใจ เช่น โครงการวิจัยเรื่อง “การเมืองของความขัดแย้งชายแดนใต้/ปาตานี : ทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงความเป็นการเมืองในห้วง 15 ปีของความรุนแรง” โดย คุณ​รอมฎอน ปันจอร์ จาก Deep South watch โครงการวิจัย เรื่อง “สานฝันปาตานีโดยไม่ใช้ความรุนแรง: การวิเคราะห์จากบทสนทนาเพื่อสร้างจินตนาการใหม่” โดย รศ.ดร.มารค ตามไท โครงการวิจัยเรื่อง “ความคิด และปฏิบัติการทางการเมืองของผู้คนในพื้นที่สีแดง” โดย อ.อาทิตย์ ทองอินทร์ และ คุณ​ตูแวดานียา ตูแวแมแง โครงการวิจัยเรื่อง “ทบทวนประวัติศาสตร์ปัต (ปา) ตานี : มุมมองที่แตกต่างหลากหลาย” โดย ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล โครงการวิจัยเรื่อง “กฎหมายความมั่นคงและการบังคับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา” โดย ดร.กัลยา แซ่อั้ง และ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารี และ โครงการวิจัยเรื่อง “สันติศึกษาในพื้นที่ความขัดแย้งและความรุนแรง: กรณีศึกษาความเป็นไปได้ของพิพิธภัณฑ์สันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดย คุณ​ภัทรภร ภู่ทอง

โดยช่วงท้ายของงานสัมมนามีการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายจากงานวิจัย โดย ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ คุณดนัย มู่สา ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา ได้ที่ https://bit.ly/3nszRtH

รับชมย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/user/sacvdochannel

ขอบคุณรูปภาพจาก ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - SAC

ผลสำรวจ ม.อ. เผย ประชาชนชายแดนใต้กว่าหนึ่งในสามได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากสุด เกือบร้อยละ 20 ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ แต่ยังรับสภาพอยู่ได้อีก 1 เดือนด้วยตาข่ายนิรภัยทางสังคม

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 11 June 2020
Created: 11 June 2020
Hits: 1
  • keyword: โควิด-19
  • year: 2563
  • keyword: ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 75 ได้รับผลกระทบด้านการประกอบอาชีพ ร้อยละ 83.6 ระบุมีรายได้ลดลง และบางส่วนร้อยละ 18.2 ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการและการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ แต่ยังพออยู่ได้ด้วยการช่วยเหลือกันในชุมชน โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 47.8 เห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่พอจะรับสถานการณ์ได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์ พร้อมให้คะแนนความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล 6.39 เต็ม 10

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 63 ได้มีการแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้านผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และมาตรการของรัฐ ซึ่งดำเนินการโดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า “การสำรวจครั้งนี้เป็นการสอบถามความเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 820 ตัวอย่างจาก 164 ชุมชนในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวีและ อ.สะบ้าย้อย ระหว่างวันที่ 21 พ.ค. – 5 มิ.ย. 2563 ถือเป็นการศึกษาการสนองตอบของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรงต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในด้านผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ รายได้ ตลอดจนความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คน แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดในพื้นที่แห่งนี้ที่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงและมีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงก็ตาม”

ประชาชนกว่าหนึ่งในสามได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจมากที่สุด

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ ได้กล่าวถึงผลการสำรวจโดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โควิดและมาตรการของรัฐต่อประชาชนที่เห็นได้ชัดเจนคือ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งแต่เดิมประชาชนในพื้นที่โดยส่วนใหญ่มีรายได้น้อย อัตราความยากจนสูงถึงร้อยละ 34 ของประชากร เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด การประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนจึงได้รับผลกระทบอย่างสูงและขยายวงกว้าง โดยมีผู้ตอบมากถึงร้อยละ 75.6 ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านอาชีพ และร้อยละ 83.6 ระบุว่ามีรายได้ลดลง ในขณะที่ร้อยละ 49.9 ระบุว่ามีรายจ่ายของครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับลักษณะของผลกระทบด้านการประกอบอาชีพจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่า ร้อยละ 18.8 ของผู้ตอบระบุว่า ไม่สามารถออกไปทำเกษตรหรือประมงได้ ส่วนร้อยละ 14.3 ถูกพักงานชั่วคราว ร้อยละ 12.8 ไม่มีใครจ้างงาน และร้อยละ 9.9 จำเป็นต้องเลิกค้าขาย

ในด้านการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ (ร้อยละ 52.3) ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านการศึกษาของตัวเองหรือบุตรหลานมาก รวมไปถึงด้านการเดินทางออกนอกพื้นที่ (ร้อยละ 49.5) การเดินทางไปประกอบอาชีพหรือทำเกษตร  (ร้อยละ 43.4) การไปจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวัน (ร้อยละ 37.6) และการปฏิบัติศาสนกิจ (ร้อยละ 31.1)

ในด้านความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ ผลการสำรวจยังพบอีกว่า ประเด็นที่ประชาชนวิตกกังวลมากที่สุดคือเรื่องการเดินทางที่ลำบากมากขึ้น (ร้อยละ 82.9) รองลงมาคือกังวลว่าไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติที่มัสยิดหรือวัด (ร้อยละ 67.4) และกังวลว่าจะถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังการติดโรค (ร้อยละ 61.1) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แม้จะยังมีอยู่ โดยมีผู้กังวลร้อยละ 47.2 แต่ระดับความกังวลไม่มากเท่ากับความกังวลด้านผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค

ประชาชนสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด แต่ก็ต้องไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

สำหรับความคิดเห็นต่อมาตรการของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาด มาตรการที่ประชาชนเห็นด้วย 5 อันดับแรกได้แก่ 1) การต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน (ร้อยละ 93.8 ระบุเห็นด้วย) 2) การให้เงินชดเชยและสวัสดิการแก่ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการควบคุมโรค (ร้อยละ 92.3) 3) การห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 88.9) 4) การปิดหมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อ (ร้อยละ 86.8) และ 5) การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ (ร้อยละ 85.6)

ในขณะที่มาตรการที่ประชาชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) การให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์/ทางไกลในปีการศึกษาใหม่ (ร้อยละ 54.1) 2) การปิดบริการขนส่งมวลชนสาธารณะทุกประเภท (ร้อยละ 47.3) 3) การงดละหมาดที่มัสยิด (ร้อยละ 46.2) 4) การห้ามขายอาหารในร้าน (ร้อยละ 41.8) 5) การห้ามออกจากบ้านระหว่างเวลา 22.00 – 4.00 น. (ร้อยละ 36.7)

คนชายแดนใต้บางส่วนยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ แต่อยู่ได้ด้วยตาข่ายนิรภัยทางสังคม

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผศ.ดร.ศรีสมภพวิเคราะห์ว่า การมีสวัสดิการจากรัฐและการช่วยเหลือกันของคนในชุมชนเปรียบเสมือนตาข่ายนิรภัยรองรับความเจ็บป่วยทางสังคมเศรษฐกิจและจิตใจ (Social Safety Net) ซึ่งผลการสำรวจพบว่า สวัสดิการที่ประชาชนได้รับ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นสิ่งที่ประชาชนจำนวนมากถึงร้อยละ 73.1 ได้รับ รวมไปถึง สวัสดิการด้านสุขภาพจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่มีผู้ได้รับสิทธิ ร้อยละ 57.1 และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ร้อยละ 34.9 นอกจากนี้ ในส่วนของการได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท อันเป็นมาตรการเยียวยาในช่วยวิกฤติโควิด-19  พบว่ามีกลุ่มผู้ตอบร้อยละ 60.2 สมัครและได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ตอบอีกร้อยละ 18.2 ที่สมัครแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน คนกลุ่มนี้จำเป็นจะต้องมีการติดตามและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ในด้านความช่วยเหลือของคนในชุมชน พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 69.9 ระบุว่าเคยได้รับของบริจาคหรือถุงยังชีพ การได้รับบริจาคที่ครอบคลุมเช่นนี้อาจมาทั้งจากหน่วยงานของรัฐและการช่วยเหลือบริจาคจากประชาชนด้วยกันเองและกลุ่ม/องค์กรการกุศล หรือองค์กรด้านศาสนาและมนุษยธรรมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต้นทุนทางสังคมและชี้ให้เห็นฐานของความยึดเหนี่ยวกันทางสังคมที่ดำรงอยู่แต่เดิม

ประชาชนยังอยู่ได้ แต่ให้เวลาอีกเพียง 1 เดือน

ระยะเวลาที่ประชาชนต้องทนรับสภาพสถานการณ์ต่อไปได้นั้นค่อนข้างจำกัด ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบร้อยละ 57.1 ระบุว่ายังคงรับได้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการควบคุมโรคยังคงอยู่ต่อไปอีก 1 เดือน  ในขณะที่เกือบครึ่งหนึ่ง คือร้อยละ 42.9 ระบุว่า ไม่สามารถทนรับสถานการณ์ได้ต่อไปอีก 1 เดือน ผู้ตอบส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.8 มีความเห็นว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมที่ประชาชนจะพอรับได้ คือประมาณ 1-4 สัปดาห์หรือหนึ่งเดือน (นับจากช่วงเวลาที่สำรวจคือปลายเดือนพฤษภาคม)

คะแนนความพึงพอใจต่อการทำงานด้านการป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล

อาจกล่าวโดยภาพรวม ด้วยผลคะแนนความพึงพอใจกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาล พบว่า ประชาชนให้คะแนนที่ค่าเฉลี่ย 6.39 จากคะแนนเต็ม 10 โดยหน่วยงานที่ประชาชนพึงพอใจในผลงานการแก้ปัญหามากที่สุด ได้แก่ หน่วยงานสาธารณสุขและอสม. (ร้อยละ 54.4) ผู้นำชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ร้อยละ 16) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) (ร้อยละ 10.5)

- - - - -

ติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : คุณอิมรอน ซาเหาะ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โทร. 089-869-6584 E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการแถลงผลได้ที่ https://cscd.psu.ac.th/th

16 ปีไฟใต้...ชาวบ้านกว่าครึ่งไม่รู้-ไม่อยากพูด "ใครตัวการก่อรุนแรง"

Details
Written by: Administrator
Category: ข่าวสาร
Published: 11 March 2020
Created: 11 March 2020
Hits: 0
  • content_group: ข่าวสาร

สำนักข่าวอิศรา

 

ควันหลงจากการแถลงผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ หรือ Peace Survey ครั้งที่ 5 เมื่อวันสุดท้ายของเดือน ก.พ.ปี 63 มีข้อสังเกตน่าสนใจเกี่ยวกับการตอบคำถามว่าอะไรคือสาเหตุของความรุนแรงที่ปลายด้ามขวาน

เพราะประชาชนส่วนใหญ่เลือกตอบว่า "ไม่รู้" และ "ไม่ขอตอบ"

คำถามที่ว่าอะไรเป็นสาเหตุความรุนแรงชายแดนใต้นี้ ผู้ทำสำรวจให้ตอบตัวเลือกที่ประชาชนคิดว่าสำคัญที่สุด 3 ตัวเลือก ปรากฏว่า กลุ่มค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน และผู้มีอิทธิพล มีประชาชนเลือกให้เป็นสาเหตุความรุนแรงมากที่สุด ร้อยละ 25.9 รองลงมาคือ ทหารพราน ร้อยละ 16.2 และขบวนการบีอาร์เอ็น ร้อยละ 15.3 ส่วนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ อยู่ในอันดับ 4 ร้อยละ 12.9

ต้นเหตุความรุนแรง 3 อันดับในสายตาของชาวบ้านที่มองว่าแก๊งค้ายาเสพติด กับทหารพราน อาจจะเกี่ยวพันกับการสร้างความรุนแรงมากกว่าบีอาร์เอ็นเสียอีกนี้ ได้กลายเป็นประเด็นที่ ส.ส.ฝ่ายค้านอย่าง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ หยิบไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อปลายเดือน ก.พ. ก่อนที่ผลสำรวจจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ

แต่ประเด็นที่ ส.ส.นราธิวาส ไม่ได้หยิบไปพูดก็คือ ผู้ที่ตอบคำถามนี้ว่า "ไม่รู้" และ "ไม่ขอตอบ" ซึ่งมีมากถึงร้อยละ 55.5 หรือมากกว่าครึ่งของประชาชนที่ทำการสำรวจทั้งหมด ซึ่งสะท้อนภาพอีกด้านของสถานการณ์ในดินแดนปลายด้ามขวาน

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี หัวหน้าโครงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Peace Survey และนักวิจัยสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังลังเลใจหรือมีความระมัดระวังตัวมากในการตอบคำถามที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้ เนื่องจากคำถามเป็นการให้ระบุตัวแสดงที่แท้จริงในการก่อความรุนแรงในสถานการณ์ที่ยังไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ผู้ตอบจึงยังมีความอ่อนไหวมาก และมีแนวโน้มที่จะเลือกด้วยการไม่ตอบ ถือเป็น "เสียงเงียบที่จะต้องให้ความสนใจ"

สำหรับการสำรวจ Peace Survey เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ 24 องค์กร โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสันติวิธีและธรรมภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 59 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการสันติภาพดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่เกี่ยวข้องและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

การสำรวจครั้งที่ 5 นี้ ดำเนินการในช่วงเดือน ก.ย.ถึง ต.ค. ปี 62 โดยสอบถามความคิดเห็นของประชาชนอายุระหว่าง 18-70 ปี ที่อาศัยอยู่ใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา จำนวน 1,637 คน

สำหรับผลสำรวจที่น่าสนใจในประเด็นอื่นๆ ก็เช่น ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72.8 รู้สึกว่าสถานการณ์ชายแดนใต้เหมือนเดิมและแย่ลง, ความนิยมของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลดลงมากที่สุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ได้คะแนนเฉลี่ย 4.21 จากคะแนนเต็ม 10

ประชาชนร้อยละ 55.1 ยังเชื่อมั่นว่า การพูดคุยเจรจาจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ร้อยละ 21 ไม่แน่ใจ เพราะการพูดคุยในช่วงปีที่ผ่านมายังไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร ขณะที่ร้อยละ 38.7 ยังมีความหวังว่าจะเกิดข้อตกลงสันติภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า ร้อยละ 59.4 กังวลว่าการพูดคุยจะไม่สามารถยุติความรุนแรงได้จริง และร้อยละ 57.1 กังวลว่าอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

สำหรับข้อเสนอแนะของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหา ร้อยละ 37.1 เห็นว่า จำเป็นมากที่จะต้องมาพูดคุยกันถึงเรื่องรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยในจำนวนนี้ รูปแบบที่มีผู้ตอบแบบสอบถามต้องการมากที่สุดคือ อยากเห็นการปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น โดยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ โดยที่ยังอยู่ในกรอบกฎหมายของไทย เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือเขตปกครองพิเศษ

ส่วนมาตรการที่ควรเร่งดำเนินการ 3 อันดับแรกเพื่อแก้ปัญหา คือ ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน ร้อยละ 80, การหลีกเลี่ยงการก่อเหตุรุนแรงกับเป้าหมายอ่อน ซึ่งหมายถึงประชาชนที่ไม่มีอาวุธ ร้อยละ 75.9 และป้องกันไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 71.6

ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 73.9 เห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว คือสร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพ และแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่ร้อยละ 73.4 แก้ปัญหายาเสพติด และร้อยละ 38.5 ปรับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่

Subcategories

ผลงานวิจัย

เวทีวิชาการ

ข่าวสาร

ผลงานตีพิมพ์

เครือข่ายวิชาการ

กิจกรรม

เรื่องเล่างานวิจัย

Page 29 of 45

  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  • 31
  • 32
  • 33

Main Menu

  • Home

Login Form

  • Forgot your password?
  • Forgot your username?