CSCD
  1. You are here:  
  2. Home

CSCD Articles

จินตธรรม: บทบาทของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และสื่อเพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 05 April 2024
Created: 05 April 2024
Hits: 1
  • year: 2566
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: จังหวัดชายแดนภาคใต้

จินตธรรม: บทบาทของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และสื่อเพื่อสันติภาพในชายแดนใต้

 

ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่

สถาบันสันติศึกษา และ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.สมัชชา นิลปัทม์

คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทและศักยภาพของนักสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ แก่นสาระ รูปแบบและเนื้อหาสารของสื่อเชิงสร้างสรรค์เพื่อแปรเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ใช้ระเบียบวิธีการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย เยาวชน ศิลปิน นักออกแบบ นักสื่อสาร และนักกิจกรรมทางสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

          ผลการวิจัยพบว่า ในพื้นที่มีความเคลื่อนไหวด้านการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เพื่อเปลี่ยนแปลงผลกระทบทั้งในเชิงบวกและลบที่เกิดกับปัจเจกบุคคลและชุมชนอันเป็นผลมาจากความขัดแย้ง มีการพูดคุยถกเถียงและแสวงหาความร่วมมือในการลดผลกระทบเชิงลบจากความขัดแย้ง และเพิ่มศักยภาพของบุคคลให้เติบโตทั้งทางกายภาพ อารมณ์ ทัศนคติต่อความขัดแย้งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาในกระบวนการสร้างสันติภาพ มีการใช้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ในการถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ห่างเหินและสร้างความหวังในอนาคตร่วมกัน ใช้การสื่อสารเพื่อย้ำให้คนในสังคมตระหนักว่า เสรีภาพเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หา การยอมรับ อัตลักษณ์และการเคารพในความแตกต่างเป็นสิ่งที่สังคมสามารถสร้างได้จริง

ในการสร้างสันติภาพ อย่างไรก็ตาม จินตนาการและการสร้างสรรค์ยังถูกจำกัดโดยโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงโครงสร้างอำนาจซึ่งกลายเป็นปัจจัยกำหนดบทบาทของประชาชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

          ข้อเสนอจากงานวิจัยนี้คือ สันติภาพชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสังคมส่งเสริมการเปิดพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และพื้นที่ของเสรีภาพในการแสดงออก การให้โอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ได้คิดและออกแบบอนาคตของตนเองด้วยความสร้างสรรค์ การหนุนเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติภาพ และสนับสนุนกิจกรรมและแนวทางการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ให้เติบโตและเบ่งบาน

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

"พื้นที่ของสันติภาพ" รายงานประจำปี 2564-2565 สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 05 April 2024
Created: 05 April 2024
Hits: 1
  • year: 2567
  • keyword: สถาบันสันติศึกษา
  • research_group: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

พื้นที่แห่งการเรียนรู้...พื้นที่ของสันติภาพ
️
** รายงานประจำปี 2564-2565 สถาบันสันติศึกษา ม.อ. **

พบกับเรื่องราวการทำงานเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสันติศึกษา ผ่านกิจกรรม โครงการ และงานวิจัยมากมาย

** อ่านฉบับเต็มออนไลน์ได้ที่:**
https://link.psu.th/5Eyjd

** สแกน QR-code ในภาพ**

#พื้นที่ของสันติภาพ #สันติศึกษา #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
👇
👇
ติดตามข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Institute for Peace Studies : สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ CSCD - PSU Pattani

Critical policy discourse analysis on the conflict resolution in Thailand’s deep South

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 04 April 2024
Created: 04 April 2024
Hits: 0
  • keyword: Conflict
  • year: 2567
  • keyword: Critical discourse analysis
  • keyword: policy
  • keyword: communication
  • keyword: Southern border provinces of Thailand
  • research_group: บทความวิจัย

บทความนี้เป็นการใช้ตัวแบบวิเคราะห์บทสนทนานโยบายเชิงวิพากษ์ (Critical policy discourse analysis) โดยศึกษานโยบายและแผนงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างช่วงปี 2557 – 2566 จากฐานของแนวคิดที่ว่า บทสนทนาและภาษาทางนโยบายเป็นตัวกำหนดการเพ่งพินิจ (gazing) และกำหนดประเด็นปัญหาโดยผ่านการกำหนดรูปทางภาษา สัญญะ และอนุกรมวิธาน (taxonomy) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเจาะจง เราสามารถเข้าใจถ้อยแถลงและอำนาจวาทกรรมของรัฐต่อการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ผ่านการศึกษาการก่อตัว ปรับเปลี่ยนและปฏิบัติการทางวาทกรรมของนโยบายการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามประกาศ คสช. ที่ 98/2557 ซึ่งเป็นชุดความคิดที่เน้น“การขับเคลื่อน” การแก้ไขปัญหา ในความหมายทางภาษาที่แท้จริงจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตัวของนโยบายเอง แต่เป็น “การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้ถูกต้อง” ดังปรากฏคำในภาษาอังกฤษในเอกสารงบประมาณว่า “Mobilization of Problem Rectification”

นอกจากนี้ ในบทความยังได้แสดงถึงพัฒนาการของการก่อตัวทางนโยบายและการตอกย้ำถึง “อำนาจนำ“ ในทางภาษาและวาทกรรมเรื่อง “การบังคับบัญชา”และ “การควบคุม” ต่อการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องมีประสิทธิภาพตามชุดความคิดแบบทหารของรัฐบาลคสช. ภายใต้หลักการ “… บูรณาการนโยบายอย่างเป็นเอกภาพ” และการบริหารงานที่ต้องมี “…. ความประสานสอดคล้อง … ไร้รอยต่อ” และได้กำหนดนโยบายสาธารณะที่มีความแข็งตัวในการสร้างโครงการบูรณาการต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเข้ากับแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อันเป็นอีกหนึ่งชุดความคิดหลักในการกำกับทิศทางการบูรณาการงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนาของทุกภาคส่วนราชการ

ถ้อยแถลงทางวาทกรรม (Statement of Discourse) ที่สะท้อนถึงสิ่งที่“พูด” และ “ถูกพูด”ออกมา ด้วยการกำหนดเป้าหมายของนโยบาย 4 เป้าหมาย 7 แนวทาง[1] และแสดงรูปธรรมของปฏิบัติการทางวาทกรรมผ่านการจัดความสำคัญของแผนงาน โครงการและการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี ให้สอดคล้องกัน รวมไปถึงเทคนิค “การพรางตัว” ในการจัดงบประมาณการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560

แต่ในอีกด้านหนึ่ง จากผลการศึกษาเชิงประจักษ์ ผู้วิจัยก็ค้นพบในอีกด้านหนึ่งว่ามีการโต้กลับทางชุดความคิดและวาทกรรมของภาคประชาชนที่มองแตกต่างจากรัฐ สะท้อนผ่านข้อมูลจากการวิจัยเชิงสำรวจ 3 ชุดข้อมูลในห้วงเวลาต่าง ๆ[2] ดังนั้น เราจึงตีความว่าอำนาจของความจริงโดยรัฐที่ถูกกำหนดผ่านนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้เป็นกระบวนการที่มีพลวัต และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารราชการในพื้นที่เพื่อเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและความไม่สงบ แต่กระนั้นก็ตาม อำนาจนั้นก็สามารถูกท้าทายได้ด้วยความเป็นจริงในระดับพื้นที่ ชุมชน และความคิดของประชาชนในระดับรากหญ้า อำนาจนำแม้จะแข็งตัวแต่ก็อาจจะถูกท้าทายได้เช่นกัน.

 

ผู้สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้จากวารสาร Asian Affairs: An American Review ตามลิงค์นี้ F   https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/00927678.2024.2333685?src=exp-la

 

 

[1] เป้าหมายนโยบาย 4 เป้าหมายได้แก่ (1) การมีระบบเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัย (2) เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง (3) ประชาชนและชุมชนดำรงชีวิตที่หลากหลายทางวัฒนธรรม (4) ภาคส่วนต่าง ๆ มีความเข้าใจภาครัฐและแนวทางสันติวิธี โดยใน 4 เป้าหมายนั้น ได้กำหนดไว้ 7 แนวทาง ได้แก่ (1) การเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย (2) การพัฒนาการอำนวยความยุติธรรมและเยียวยา (3) การเสริมสร้างความเข้าใจปัญหาจชต. (4) การพัฒนาการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม (5) การพัฒนาตามศักยภาพพื้นที่ (6) การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย (7) การเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี

[2] ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรีและคณะ. (2561) โครงการติดตามและการประเมินผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ 2560. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี; กุสุมา กูใหญ่. (2563) การสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อนโยบายการแก้ปัญหาและพัฒนาในจังหวัดชายแดนใต้และการสำรวจความเห็นผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้. กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม; เครือข่ายวิชาการ Peace Survey. (2564) การสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้. (Peace Survey) ครั้งที่ 6.

Politics and Muslim women in the Deep South of Thailand: roles, opportunities, and challenges

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 22 February 2024
Created: 22 February 2024
Hits: 0
  • keyword: Deep South of Thailand
  • year: 2567
  • keyword: Formal politics
  • keyword: women Malay Muslim
  • keyword: patani
  • research_group: บทความวิจัย

Politics and Muslim women in the Deep South of Thailand: roles, opportunities, and challenges

 

Yasmin Sattar, the Faculty of Political Science at Prince of Songkhla University

Imron Sahoh, the Center for Conflict Studies and Cultural Diversity, Institute of Peace Studies, Prince of Songkhla University

 

This study investigates the political representation of Malay Muslim women in the Deep South of Thailand. It addresses the research question(s) about whether the identities of either being Malay or Muslim impede the participation of women in formal politics. The research results demonstrate that the intricate cultural dimensions of identifying as Malay, Muslim, and Thai have collectively influenced the political roles of women in the Deep South. Typically, leadership positions in politics are perceived as male-oriented domains. The study suggests that new values are needed to increase the participation of Malay Muslim women in politics, particularly among young generations. Despite the acceptance of women in public space, the roles of women are often presented as one who has the responsibility to look after the family rather than engage in politics. The research highlights the challenges that Malay Muslim women face in formal politics. Cultural layers of religion, values in Malay society, and Thai political culture are obstacles that impede their participation in formal politics. More research is needed to gain a more comprehensive understanding of the issue.

References : Asian Affairs: An American Review

ชายแดนใต้/ปาตานีกับการเลือกตั้ง 2566: อัตลักษณ์ เงินตรา และการเปลี่ยนผ่าน?

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 07 February 2024
Created: 07 February 2024
Hits: 0
  • year: 2566
  • keyword: การเลือกตั้งปี 2566
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้
  • keyword: นักการเมืองมลายูมุสลิม
  • keyword: การเมืองเชิงอัตลักษณ์

‼️ ขยายเวลา ‼️
สถาบันสันติศึกษา ม.อ.
ขยายเวลาเปิดรับสมัครเรียนและทุนปริญญาโท สาขาวิชาความขัดแย้งและสันติศึกษา ปีการศึกษา 2566
สมัครออนไลน์ตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันที่ 31 พ.ค. 66
สมัครเรียน: https://ips.psu.ac.th/.../master-degree/master-program
สมัครทุนปริญญาโท: https://ips.psu.ac.th/index.php/th/scholarship
รายละเอียดหลักสูตร https://youtu.be/JGVNycryKNo
.
สอบถามข้อมูล โทร. 074 28 9450 อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือ Inbox เพจ Institute for Peace Studies : สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ เพจ CSCD - PSU Pattani

สองทศวรรษแห่งความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี; มุมมองเหตุการณ์ ประเด็นความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 February 2024
Created: 03 February 2024
Hits: 1
  • year: 2567
  • keyword: จังหวัดชายแดนภาคใต้
  • keyword: การจัดการความขัดแย้ง
  • research_group: กระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: กระบวนการสร้างสันติภาพ
  • keyword: สิทธิมนุษยชน

บทความวิจัยพิเศษ

สองทศวรรษแห่งความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี; มุมมองเหตุการณ์ ประเด็นความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

โดย ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี และ อัญชนา หีมมิหน๊ะ

สถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ถ้านับเหตุการณ์ในยุคสมัยปัจจุบันเหตุการณ์บังเกิดขึ้นตั้งแต่ 4 มกราคม 2547 จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม  2566 ที่ผ่านมา นับเป็นเวลา 20 ปีเต็มแล้ว ในระหว่างห้วงเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์แปรผันไปหลายอย่างโดยที่เหตุการณ์ความขัดแย้งยังไม่ยุติลงเลย ณ บัดนี้ นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเหตุการณ์ที่กินเวลายาวนานที่สุดในประเทศไทยแม้จะเปรียบเทียบได้กับสงครามประชาชนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) กับรัฐบาลไทยซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวก็ใช้เวลาถึง 18 ปี ในระหว่าง 2508-2526 กว่าจะสิ้นสุดลง แต่เหตุการณ์ภาคใต้ใช้เวลานานกว่าและยังถือว่าไม่ยุติลงแม้จะมีความริเริ่มกระบวนการสันติภาพแล้ว

บทความนี้เป็นการสรุปและวิเคราะห์ปัญหาที่สำคัญในเรื่องเหตุการณ์ในพื้นที่ในรอบ 20 ปีซึ่งเนื้อหาจะรวมถึงกระบวนการสันติภาพและประเด็นในเรื่องความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

การสร้างสันติภาพในภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู และความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 28 March 2023
Created: 28 March 2023
Hits: 1
  • year: 2566
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ความห่างทางสังคม
  • keyword: ภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู
  • keyword: การบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียน
  • keyword: คนรุ่นใหม่

การสร้างสันติภาพในภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู และความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี

โดย

ธนัญกรณ์ หิรัญญ์ไพสิฐกุล สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

มะรอนิง สาแลมิง คณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้ค้นหาแนวทางสร้างสันติจากความขัดแย้งเชิงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ในความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูกับความห่างทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในปัตตานี จากการบ่มเพาะทางสังคม เพศ และศาสนาที่ต่างกัน ศึกษากับนักศึกษามหาวิทยาลัยในปัตตานี จำนวน 320 ราย ใช้แบบประเมินค่าภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายู (α = 0.820) กับแบบสอบถามวัดความห่างทางสังคมของโบกาดัส (α = 0.927) วิเคราะห์ความแตกต่างและความสัมพันธ์ ผลวิจัยพบว่า 1) การบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็งแกร่ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าการบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียนรัฐ 2) ศาสนาอิสลามมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าศาสนาพุทธ 3) เพศหญิงมีภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูที่ระดับแข็ง และมีความห่างทางสังคมมากกว่าเพศชาย และ 4) ภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความห่างทางสังคม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 4 กรณี ประจักษ์ถึงความขัดแย้งทางวัฒนธรรมที่ต่างกันในพื้นที่จากการบ่มเพาะทางสังคมจากโรงเรียน ศาสนา และเพศที่ต่างกัน

          ในการสร้างสันติภาพคือหลีกเลี่ยงเจตคติเชิงลบที่คนมลายูรู้สึกถูกกลืนกลายให้เป็นพหุวัฒนธรรมเชิงเดี่ยว เป็นวัฒนธรรมไทยเชิงเดี่ยวจากรัฐ และสังคมมลายูมุสลิมควรปรับลดระดับภาพพจน์เหมารวมอัตลักษณ์มลายูลงในระดับที่เป็นกลางผ่านการบ่มเพาะทางศาสนาอิสลาม

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Frontline Informality: Paramilitary Forces and Pro-government Militias in Thailand's Deep South Counter-insurgency

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 13 January 2023
Created: 13 January 2023
Hits: 0
  • keyword: Paul Chambers
  • year: 2565
  • keyword: ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
  • research_group: บทความวิจัย

Frontline Informality: Paramilitary Forces and Pro-government Militias in Thailand's Deep South Counter-insurgency

  • In book: Pathways for Irregular Forces in Southeast Asia
  • Publisher: Routledge

Authors:

Paul Wesley Chambers Naresuan University

Srisompob Jitpiromsri Prince of Songkla University

 

 

References : Pathways for Irregular Forces in Southeast Asia

 

การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 1
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: การแปรเปลี่ยนความขัดแย้ง
  • keyword: แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี
  • keyword: พื้นที่ทางการเมือง
  • keyword: ประชาธิปไตย

การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่วิถีทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย

โดย

อิมรอน ซาเหาะ  สถานวิจัยความขัดแย้งฯ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์  คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์    

                  

บทคัดย่อ

          บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง “การแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ชายแดนใต้” ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยงานชิ้นนี้ต้องการอภิปรายประเด็นการแปรเปลี่ยนจากการใช้ความรุนแรงสู่การใช้แนวทางทางการเมืองของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานีกับความท้าทายของการต่อสู้ในระบบการเมืองการเลือกตั้งของประเทศไทย งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลผ่านการศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสัมภาษณ์เชิงลึกของอดีตกองกำลังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือ BRN โดยใช้ตลอดจนเทคนิคการวิจัยแบบศึกษาประวัติชีวิต (Life History) ผลการศึกษาพบว่าการยุติการใช้ความรุนแรงของอดีตนักรบพบว่าในกระบวนการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งจากการใช้ความรุนแรงสู่การไม่ใช้ความรุนแรงจำเป็นต้องมองทั้งในระดับบุคคลและความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมและเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ มีข้อท้าทายหลายประการที่ทำให้การแปรเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างไม่สามารถก้าวไปได้มากนัก โดยเฉพาะแนวทางที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลไทยที่มีต่อกระบวนการพูดคุยและแนวทางจัดการความขัดแย้งในพื้นที่ยังคงมุ่งเน้นแนวทางทางการทหารเป็นหลัก รวมถึงความไม่เป็นเอกภาพของกลุ่มองค์กรที่ต่อสู้กลุ่มต่างๆ นอกจากนี้การแปรเปลี่ยนมาต่อสู้ในพื้นที่ทางการเมืองของอดีตนักรบในระบบประชาธิปไตยของประเทศไทยในปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับข้อท้าทายหลากหลายประการทั้งพื้นที่การเมืองในระดับท้องถิ่นตลอดจนการเมืองในระดับชาติ

 

ที่มา เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 24 (KPI Congress) ความท้าทายของความมั่นคงใหม่กับประชาธิปไตย

 

การเพ่งพินิจ การแสดงด้วยภาพและการสร้างความรู้: พัฒนาการของระบบฐานข้อมูลติดตามและเฝ้าระวังความขัดแย้งของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 0
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: การมอง
  • keyword: การแสดงด้วยภาพ
  • keyword: ฐานข้อมูล
  • keyword: การติดตามความขัดแย้ง
  • keyword: ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

 

การเพ่งพินิจ การแสดงด้วยภาพและการสร้างความรู้: พัฒนาการของระบบฐานข้อมูลติดตามและเฝ้าระวังความขัดแย้งของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้

โดย

ดร.สมัชชา นิลปัทม์ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

          การวิจัยโดยใช้วิธีการวิจัยแบบที่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว (Research Using Available Data) ชี้ให้เห็นว่าระบบข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและสันติภาพ โดยทั่วไป ฐานข้อมูลต้องพัฒนามาจากฐานความรู้ซึ่งเป็นผลพวงมาจากแนวความคิดในเรื่องสันติภาพที่เสรี (Liberal Peace) ซึ่งมีความเชื่อที่ว่าศักยภาพในการเก็บรวบรวม เผยแพร่และตีความข้อมูล เป็นหัวใจสำคัญต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพที่มีเสรีภาพ การเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยี ทำให้มีพัฒนาการวิธีการในการเก็บข้อมูลและนำเสนอในสถานการณ์ความขัดแย้งให้ซับซ้อนขึ้น Deep South Watch เป็นระบบฐานข้อมูลซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทางวิชาการต่อสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่โดยมีพัฒนาการต่อเนื่องมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

          อีกด้านหนึ่งงานวิจัยก็แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการมองเห็นภาพและความรับรู้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้างวาทกรรมแห่งความรู้และการสื่อสารความรู้ อันเป็นการสร้างความจริงอีกแบบหนึ่ง การมองเห็นด้วยภาพมีความสัมพันธ์กับความรู้ใหม่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแบบเดียวกับการพัฒนาความรู้ของพยาธิวิทยากายวิภาคศาสตร์ในโลกยุคใหม่ ระบบฐานข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังภาคใต้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง “การเพ่งพินิจ” (Gazing) และ “การแสดงภาพ” (Visualization) ทำให้เกิดการมองเห็นพลวัตของความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นใหม่ ทั้งในมิติเวลาและสถานที่ ทั้งนี้ ฐานข้อมูลเฝ้าระวังที่สร้างจากหลายภาคส่วนในพื้นที่จึงต่างจากฐานข้อมูลด้านความมั่นคงที่เคยสร้างมาก่อนหน้าซึ่งมีมิติปิดลับ แข็งตัวและไม่มีความยืดหยุ่น

 

ที่มา วารสารความขัดแย้งและสันติศึกษา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

The persevering power of provincial dynasties in Thai electoral politics

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 03 January 2023
Created: 03 January 2023
Hits: 1
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: การเลือกตั้ง
  • keyword: ตระกูลการเมือง

 

ความพยายามดิ้นรนในการยึดครองอำนาจอย่างเหนียวแน่นของตระกูลการเมืองในการเลือกตั้งของไทย

เครือข่ายสายตระกูลการเมืองใหญ่ๆในระดับจังหวัดมีบทบาทสำคัญมากในการเมืองแห่งการเลือกตั้งของประเทศไทยมานาน อิทธิพลแบบนี้เป็นที่รู้สึกกันมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2512 ภายหลังปี พ.ศ. 2531 และหลังปี พ.ศ. 2535 ซึ่งพื้นที่การเมืองได้เปิดให้ตระกูลการเมืองขยายอำนาจตัวเองออกไป แต่อำนาจพวกนี้ถูกสกัดกั้นให้หยุดชะงักด้วยปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งการรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญและการเปลี่ยนแปลงในระดับชาติ การเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2562 การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2563 และเลือกตั้ง อบต. ในเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นว่าตระกูลการเมืองใหญ่ระดับจังหวัดยังคงรักษาอำนาจอย่างเหนียวแน่นเนื่องจากระบอบเผด็จการทหารเต็มรูปได้หยุดลงในปี 2562 แต่พรรคการเมืองในระดับชาติยังคงต้องการหุ้นส่วนจากตระกูลการเมืองระดับจังหวัดเพื่อชัยชนะและตระกูลท้องถิ่นมองเห็นโอกาสที่จะฟื้นคืนอำนาจของตัวเอง ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2565 ครอบครัวการเมืองและตระกูลที่มีอำนาจดูเหมือนจะยังมีชีวิตรอดและอยู่อย่างดีด้วย การศึกษาครั้งนี้สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของตระกูลการเมืองที่มีอำนาจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในสี่จังหวัดที่ต่างกัน การศึกษาได้วิเคราะห์เหตุผลที่ว่าทำไมมีเพียงบางจังหวัดเท่านั้นที่มีประสบการณ์ตระกูลการเมืองครอบงำ อะไรคือกลยุทธ์ที่สนับสนุนและขัดขวางตระกูลการเมืองไม่ให้มีอำนาจครอบงำการเมืองจังหวัดและอนาคตของตระกูลการเมืองไทย

 

The persevering power of provincial dynasties in Thai electoral politics

Provincial clans and dynasties have long been crucial in Thai electoral politics. Their influence was felt since before the 1969 poll. Post-1988 and post-1992 political space gave clans room to expand in power. But their sway has been interrupted by several factors, including military coups, changing constitutions, and national transformations. Thailand’s March 2019 general election, December 2020 provincial administrative organization elections, and March 2021 subdistrict administrative organization elections demonstrated the persistence of provincial clan influence owing partly to the 2019 end of military dictatorship but also to the needs by national parties to partner with pro- vincial political families to achieve success and finally because local clans saw

an opportunity to revitalize their power. In 2022 Thailand, provincial clans and dynasties appear to be alive and well. This study examines the historical evolution of provincial dynasties involved in Thai electoral politics in four different provinces. The study analyzes the reasons why only some provinces have experienced clan (familial) domination, strategies for and obstacles to dynastic family control over provincial politics, and the future of dynastic provincial families in Thailand’s democratic future.

 

อ่านดูรายละเอียดจากบทความวิจัยใหม่ตีพิมพ์ใน Asian Journal of Comparative Politics (2022) 1–21 คลิ๊ก ที่นี่

 

 

 

รัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพ ในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย?

Details
Written by: Administrator
Category: ผลงานตีพิมพ์
Published: 21 October 2022
Created: 21 October 2022
Hits: 0
  • year: 2565
  • research_group: บทความวิจัย
  • keyword: สันติภาพ
  • keyword: ชายแดนใต้/ปาตานี
  • keyword: รัฐธรรมนูญ
  • keyword: ฟิลิปปินส์
  • keyword: มินดาเนา

รัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพ ในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย ?

 

ฟารีดา ปันจอร์

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

บทคัดย่อ

บทความวิชาการรัฐธรรมนูญ หลักประกันกระบวนการสร้างสันติภาพในมินดาเนาและชายแดนใต้ของไทย? มีเป้าหมายเพื่อที่จะเข้าใจแนวทางการเปลี่ยนแปลงความขัดแย้งในมุมมองที่เกี่ยวข้องระหว่างรัฐธรรมนูญกับกระบวนการสันติภาพ โดยศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่ความขัดแย้งบังซาโมโรในมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์กับจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย งานศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์เอกสารทางวิชาการ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อมูลบางส่วนจากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายของโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ จากการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบค้นพบว่า ข้อตกลงสันติภาพ ตัวบทรัฐธรรมนูญ โครงสร้างการทำงานเพื่อสันติภาพ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน กรณีศึกษาความขัดแย้งในบังซาโมโรพบว่าในความเป็นจริงแม้จะมีอุปสรรคในการสถาปนาโครงสร้างการเมืองการปกครองในพื้นที่ความขัดแย้งบังซาโมแต่การที่รัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงการมีพื้นที่ปกครองตนเองมินดาเนา ถือได้ว่าเป็นหลักประกันในการผลักดันข้อตกลงสันติภาพให้มีผลในทางกฎหมายที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขณะที่ความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ที่ยังมีความรุนแรงยืดเยื้อและการบริหารงานพื้นที่ถูกกำหนดผ่านกลไกและหน่วยงานพิเศษอย่างกองอำนวยการรักษาความสงบภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) บทเรียนจากมินดาเนาสามารถเป็นบทเรียนให้กับความขัดแย้งที่ชายแดนใต้ว่าการแสวงหาทางออกทางการเมืองผ่านกระบวนการจำเป็นต้องมุ่งพิจารณาที่ไปรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองที่เกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นโครงสร้างการทำงานเพื่อสันติภาพที่ต้องการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการแสวงหาหลักประกันเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนในชายแดนใต้

ที่มา วารสารสถาบันพระปกเกล้า

 

Subcategories

ผลงานวิจัย

เวทีวิชาการ

ข่าวสาร

ผลงานตีพิมพ์

เครือข่ายวิชาการ

กิจกรรม

เรื่องเล่างานวิจัย

Page 32 of 45

  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  • 31
  • 32
  • 33
  • 34
  • 35
  • 36

Main Menu

  • Home

Login Form

  • Forgot your password?
  • Forgot your username?